การประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน โดยได้มอบหมายนโยบายสำคัญภายใต้กรอบแนวคิด “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทำงานร่วมกันในลักษณะคู่หู บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงให้เกิดผลสัมฤทธิ์เด่นชัดภายในระยะเวลา 2 - 3 เดือน
ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้จังหวัดสุรินทร์จัดตั้ง กลไกอำนวยการและศูนย์ปฏิบัติการร่วมระดับจังหวัด พร้อมมอบหมายให้สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรายประเด็น เพื่อกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพหลัก หน่วยงานร่วม ช่องทางการประสานงาน และรูปแบบการรายงานผลให้ชัดเจน ในการรองรับการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคง 9 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้จังหวัดสุรินทร์จัดตั้ง กลไกอำนวยการและศูนย์ปฏิบัติการร่วมระดับจังหวัด พร้อมมอบหมายให้สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานรายประเด็น เพื่อกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพหลัก หน่วยงานร่วม ช่องทางการประสานงาน และรูปแบบการรายงานผลให้ชัดเจน ในการรองรับการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคง 9 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
1. การบุกรุกที่ดินของรัฐ: สำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก มุ่งใช้ระบบแผนที่แนวเขตแบบบูรณาการ (One Map) มาตราส่วน 1 : 4000 แก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อน
2. อาชญากรรมทางเทคโนโลยี: ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก พัฒนาระบบรับแจ้งเหตุและประสานการปฏิบัติแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมวิเคราะห์เส้นทางการเงินร่วมกับสถาบันการเงิน
3. ธุรกิจนอมินี: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก เข้มงวดการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นในลักษณะอำพราง
4. ยาเสพติด: ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุรินทร์ และที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก เน้นการสกัดกั้นตามแนวชายแดน ตัดวงจรการเงินเครือข่ายผู้ค้า และบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม
5. การฟอกเงิน: ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการยึดหรืออายัดทรัพย์สินควบคู่กับการดำเนินคดีอาญา
6. ผู้มีอิทธิพล/อันธพาล: ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ และตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก จัดทำฐานข้อมูล ติดตามพฤติการณ์ และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
7. หนี้นอกระบบ: ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ และที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก ใช้กลไกนายอำเภอและผู้กำกับการสถานีตำรวจในการไกล่เกลี่ยประนีประนอม
8. ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว: สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย จัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยว และพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
9. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง: สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ และ กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ เป็นเจ้าภาพหลัก เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มกลางหรือศูนย์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารในพื้นที่
กลไกขับเคลื่อนสู่ระดับพื้นที่: จังหวัดสุรินทร์จะใช้กลไกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงหมู่บ้าน โดยมีนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน เป็นกำลังสำคัญในการสำรวจปัญหา เฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าภาพหลักแต่ละประเด็น เร่งจัดทำข้อมูลสถานการณ์ แผนปฏิบัติการ และมาตรการเร่งด่วน รวมถึงเห็นชอบแนวทางการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางระดับจังหวัด และกรอบการติดตาม ประเมินผล ตลอดจนการถอดบทเรียนหลังการปฏิบัติ (After Action Review: AAR) เป็นระยะ เพื่อปรับปรุงมาตรการแก้ไขปัญหาให้เท่าทันต่อสถานการณ์
จังหวัดสุรินทร์ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านความมั่นคงอย่างจริงจัง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการวิเคราะห์และตัดสินใจ พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืนต่อไปอัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าวNews24 จ.สุรินทร์ รายงาน








