มีเพียงลำธารภูผาและพงไพร ได้ต้อนรับแสงอุ่นไอพระเมตตา เด็กชายขอบเคยก้าวเดินอย่างหวาดหวั่น มองความฝันเลือนรางกลางภูผา หลายชีวิตขาดโอกาสพัฒนา รอเวลาวันพรุ่งนี้ที่ไม่แน่นอน เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ ทรงแบ่งสุขแบ่งความหวังคราครั้งก่อน แสงแห่งความหวังเริ่มส่องทางทุกขั้นตอน ปลุกชีวิตในดงดอนให้อดทนและก้าวไกล จากวันนั้นโรงเรียนเล็กเริ่มมีฝัน เด็กทุกคนได้สร้างวันอันสดใส ชาวบ้านมีโอกาสพัฒนาทั่วพงไพร รอยยิ้มได้ผลิบานทั่วบ้านดอพระเมตตาดุจสายฝนหลั่งจากฟ้า เลี้ยงชีวาเลี้ยงหัวใจไม่ท้อถอยเปลี่ยนขาดแคลนเป็นความหวังอย่างรอคอย จนร่องรอยแห่งความสุขปรากฏจริงวันนี้มีข่าวแห่งความเศร้ามาถึงถิ่น น้ำตารินป่าเขาทั่วทุกสิ่งทั้งครูเด็กทั้งชาวบ้านร้าวรานยิ่ง ไม่อยากเชื่อความจริงที่แจ้งมาแม้พระองค์เสด็จสวรรคาลัย พระกรุณายังส่องใสดุจแสงฟ้า ยังสถิตในรอยยิ้มและศรัทธา ของประชาชาวไล่โว่ ตราบนิรันดร์เด็กชายขอบเคยไร้ซึ่งความหวัง จะยืนหยัดสร้างพลังแห่งความฝัน ตอบแทนพระเมตตาเอกอนันต์ ตั้งใจมั่นทำความดีทุกวานวันจากขุนเขาไกลห่างกลางพงพี รวมฤดีส่งพระองค์สู่สวรรค์ ถวายอาลัยด้วยดวงใจร่ำจาบัลย์ ชั่วกัปกัลป์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด็กนักเรียนโรงเรียนสหคริสเตียนศึกษา (ป.1-ม.3)ซึ่งเป็นนักร้องประสานเสียงของโรงเรียนร่วมกับขับร้องเพลงบทเพลง ”พระองค์ภา แสงพระเมตตาเหนือขุนเขาไล่โว่” น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความตั้งอกตั้งใจ โดยมีครูจ๋อย (นายธรรมเนียม มโนรัตน์) เล่นกีต้าร และฝึกสอนอย่างใกล้ชิด โดยเด็กใช้เวลาเพียง 5 วัน (จ-ศ) (ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน-พักเที่ยง-และตอนเย็นก่อนกลับบ้าน)ร่วมกันฝึกร้อง จนสามารถร้องเพลงออกมาได้อย่างพร้อมเพรียง และไพเราะโดยบทเพลงนี้ผู้สื่อข่าวกลางดงได้ให้ครูมด (นายไพรวัลย์ ยาปัญ) ครูโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านไล่โว่ ช่วยแต่งกลอน 8 เพื่อเล่าเรื่องราวความประทับใจที่ได้มีโอกาสรับเสด็จฯและถวายงานพระองค์ภา(สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา) ในการเสด็จทรงงานของมูลนิธิภูมิบดินทร์(โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี) ในพื้นที่บ้านไล่โว่-สาละวะ หมู่ที่4 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดาร ในปี พ.ศ.2562-2563 โดยครูมด...ใช้เวลากลางคืนหลังเลิกงานแต่งบทกลอนนี้ก่อนส่งให้ผู้สื่อข่าวในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะนำบทกลอนไปให้พี่ป๋อง(นายไลลักษณ์ อุปรานนท์)ศิลปินเพลง ที่มาพำนักอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เป็นผู้เรียบเรียงทำทำนองและดนตรี ก่อนจะนำไปให้ครูจ๋อยฝึกให้เด็กนักเรียนร้องในรูปแบบเพลงประสานเสียง...ครูมดเป็นผู้อ่านบทกลอนโดยเนื้อหาของเพลงกล่าวถึงพระจริยวัตรและพระเมตตาที่พระองค์ภาทรงมีต่อชาวบ้านไล่โว่ ซึ่งในอดีตมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก เนื่องจากอาศัยอยู่ในป่าที่ห่างไกลความเจริญ มีปัญหาด้านการคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข เนื่องจากไม่มีรายได้ แต่วันหนึ่งเมื่อพระองค์ภาฯเสด็จมา ทำให้ทุกอย่างชีวิตมีความหวัง มีการพัฒนาเส้นทางเพื่อให้ชาวบ้านเดินทางออกไปโรงพยาบาลได้สะดวกสบายขึ้น คุณภาพการศึกษา สถานศึกษา รักษาพยาบาลดีขึ้น ผู้เริ่มมีความหวัง มีอาชีพ มีรายได้ มีรอยยิ้ม และมีความสุข ด้วยพระเมตตาของพระองค์โดยครูมด...พูดถึงบทเพลงนายธรรมเนียม มโนรัตน์(ครูจ๋อย) ด.ญ.วริศรา บุญมาวงศ์ นร.ชั้น ม.2 และ ด.ญ พิชนาถ ศรพลงาม นร.ชั้น.ป3 โรงเรียนสหคริสเตียนศึกษา กล่าวว่าพวกตนรู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจ ที่มีโอกาสได้เป็นตัวแทนของประชาชนชาวสังขละบุรี และคนไทย ในการร่วมร้องเพลงพระองค์ภา แสงพระเมตตาเหนือขุนเขาไล่โว่” น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเพื่อร่วมไว้อาลัย และร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย แม้จะเป็นบทเพลงที่ร้องยาก เนื่องจากมีคำเยอะกว่าเพลงทั่วไป แต่ด้วยความตั้งใจ และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สุดท้ายพวกเราใช้เวลา 5 วันก็สามารถทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์พวกเราทุกคนต่างรู้สึกเสียใจในเช้าวันที่ได้รับรู้ข่าวการจากไปของพระองค์ฯ และสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประชาชนชาวไทย ตลอดพระชนม์ชีพพระองค์ทรงงานหนัก เพื่อคนไทย วาระสุดท้ายนี้ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย





