สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ฉลองครบรอบ 36 ปี แห่งความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส และนวัตกรรมเพื่ออนาคตคาร์บอนต่ำของประเทศไทย

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี

พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (Thai-French Innovation Institute: TFII) จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 36 ปี  ภายใต้แนวคิด “36 Years of Thai-French Innovation: Towards a Low-Carbon and Renewable Energy Future” โดยมีผู้แทนระดับสูงจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นำโดย ฯพณฯ นายฌ็อง-โคลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

นำโดย ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อรุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย ตลอดจนผู้แทนจากมหาวิทยาลัยพันธมิตร ภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย ศิษย์เก่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากประเทศไทยและฝรั่งเศส เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง


การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมนวัตกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรม ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานและความสำเร็จของสถาบันตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสำรวจโอกาสความร่วมมือในด้านการผลิตขั้นสูง พลังงานหมุนเวียน ระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะ วิศวกรรมการกัดกร่อน เทคโนโลยีการเชื่อม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

การเฉลิมฉลองในปีนี้ยังมีความหมายพิเศษ เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมืออันยาวนานในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศได้ขยายผลสู่การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัยร่วม ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่โดดเด่นและยั่งยืนที่สุดของความร่วมมือดังกล่าว

          ในสารแสดงความยินดี ฯพณฯ นายฌ็อง-โคลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชม TFII ว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นและเป็นรูปธรรมที่สุดของความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส พร้อมเน้นย้ำว่าสถาบันแห่งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศ และยังคงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง


สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นภายใต้ความริเริ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส และเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2535 โดยมีพันธกิจในการส่งเสริมการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในช่วงเริ่มต้นการจัดตั้งรัฐบาลฝรั่งเศสและภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสได้สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิศวกรรมและอุตสาหกรรมมูลค่าประมาณ 140 ล้านบาท ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมืออันยาวนานที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

          ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา TFII ได้พัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากรภาคอุตสาหกรรม การวิจัยประยุกต์ การทดสอบและตรวจสอบ การให้คำปรึกษา และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยตั้งแต่ก่อตั้ง สถาบันได้พัฒนาบุคลากรแล้วมากกว่า 127,000 คน ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทางมากกว่า 5,000 หลักสูตร และให้บริการแก่หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ มากกว่า 3,000 แห่ง ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถาบันได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการมากกว่า 1,100 โครงการ ดำเนินงานด้านการทดสอบและตรวจสอบมากกว่า 600 โครงการ วิเคราะห์ตัวอย่างทางอุตสาหกรรมมากกว่า 3,500 ตัวอย่าง และรักษาระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการมากกว่าร้อยละ 90 อย่างต่อเนื่อง ด้านการวิจัย นักวิจัยของสถาบันมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติมากกว่า 130 ผลงาน และได้รับการอ้างอิงทางวิชาการมากกว่า 1,400 ครั้ง สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ TFII ในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีผลกระทบต่อวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล

          ปัจจุบัน TFII ดำเนินงานในสาขายุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีการเชื่อม วิศวกรรมการกัดกร่อน วิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน ระบบอัตโนมัติ การผลิตอัจฉริยะ พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีไฮโดรเจน และนวัตกรรมอุตสาหกรรม โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศและศูนย์วิจัยเฉพาะทาง อาทิ TFII–Schneider Electric Center of Excellence, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าเคมีและการกัดกร่อน (CoE-ECT), Electrical Engineering–Thai French Research Center (EE-TFRC) และ Renewable Energy Research Centre (RERC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นสูงและระบบพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ

          อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญของความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศสคือการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการและวิจัยคุณภาพสูง โดยคณาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือจำนวนมากได้ศึกษาต่อและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างสองประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการก้าวสู่ความเป็นสากลของการอุดมศึกษาไทย

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา TFII ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การให้บริการภาคอุตสาหกรรม การจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมขั้นสูง และความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศไทยและฝรั่งเศส ความสำเร็จของสถาบันสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม และขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ เนื่องในโอกาสที่ก้าวสู่ทศวรรษที่สี่ของการดำเนินงานต่อไปในอนาคต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มจพ. อีเมล: customers@tfii.kmutnb.ac.th

โทรศัพท์: 0 2555 2000 ต่อ 2517, 2525 โทรศัพท์มือถือ: 06 2509 7983 เว็บไซต์: www.tfii.kmutnb.ac.th
 

ใหม่กว่า เก่ากว่า