ภายในงานมีบุคคลสำคัญทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี รวมถึงกลุ่มนักการเมืองทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยา รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ก่อนเริ่มการปราศรัย ทางทีมงานได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมติดสติกเกอร์รูปหัวใจบนบอร์ด “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” เพื่อร่วมแสดงความเห็นว่านโยบายใดได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งพบว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก
นโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน อาทิ “Festival City” เมืองมาตรฐานแห่งการจัดเทศกาล สร้างรายได้ตลอดทั้งปี, การเปิดพื้นที่จัดบูธฟรีทุกเทศกาลเพื่อสร้างรายได้ให้คนพัทยา, การยกระดับผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล, พลิกโฉมนาเกลือเป็นย่านสร้างสรรค์พลังเศรษฐกิจ, อนุรักษ์ประมงพื้นบ้านและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น, เดินหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออกให้สำเร็จ, สร้างศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด 30 ไร่, ดูแลคนทำงานกลางคืน, เมืองคนทำงานออนไลน์ “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้” รวมถึงการผลักดันเมืองพัทยาสู่ Wellness Destination รองรับนักเดินทางทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอภายในงาน เช่น เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น, การก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 ของเมืองพัทยา, เที่ยวอุ่นใจมีประกันภัยนำร่องเกาะล้าน, ทวงคืนพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลแรงงานและผู้ประกอบอาชีพกลางคืนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว
บรรยากาศการปราศรัยเริ่มขึ้นหลังเวลา 18.00 น. โดยเปิดเวทีด้วยการนำเสนอผลงานของผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต พร้อมนำเสนอแนวคิดและแรงบันดาลใจของทีมคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมทำงานทางการเมือง ก่อนเปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละเขตขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเมืองด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่คำสัญญา”
ผู้แทนเขต 1 กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่นาเกลือ ควบคู่กับการดูแลวิถีชีวิตคนในชุมชนดั้งเดิม ส่วน เขต 2 ซึ่งได้กล่าวถึงแนวคิดการอยู่ร่วมกันของคนในเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเน้นว่าพื้นที่เมืองพัทยาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม รวมถึงประชาชนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงต้องผลักดันให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างบรรยากาศเมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน
ขณะที่เขต 3 ซึ่งดูแลทั้งพื้นที่ฝั่งเมืองและเกาะล้าน ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปา RO บนเกาะล้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงการหาเสียง ส่วนเขต 4 เน้นเรื่องกีฬา พื้นที่ออกกำลังกาย การพัฒนาสาธารณูปโภค และการสร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนท้องถิ่น
ต่อมา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยนำเสนอนโยบาย “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” พร้อมกล่าวย้ำแนวทางการทำงานของทีมเรารักพัทยาว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง และทุกกลุ่ม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเมืองพัทยา
“ทีมเรารักพัทยาทำงานอย่างอิสระ เราสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรค ทุกทีม และทุกคนได้ เพราะคนที่สั่งเราได้ มีเพียงประชาชนและทีมนโยบายเท่านั้น เราใช้ผลงานเป็นคำพูด” นายปรเมศวร์ กล่าวบนเวที
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจ “สายตรงพี่เบียร์ พัทยา” ให้ประชาชนติดตามรับฟังนโยบายแบบเรียลไทม์ โดยสโลแกนหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ “Better Pattaya ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ”
โดยหลังจบการปราศรัยยังมีประชาชนนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจทีมผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง
สำหรับหมายเลขผู้สมัครของกลุ่มเรารักพัทยา ประกอบด้วย
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2
ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา เขต 1 หมายเลข 2-7
เขต 2 หมายเลข 13-18
เขต 3 หมายเลข 13-18
เขต 4 หมายเลข 13-18











