โดยเสนอให้ทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นหลักประกัน เป็นกลอุบายในการสร้างความเชื่อมั่นว่าหากสอบไม่ผ่าน จะสามารถนำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว ไปดำเนินคดีเรียกเงินคืนได้ ทำให้หลายคนหลงเชื่อและยอมจ่ายเงิน เพราะหวังจะมีอาชีพราชการที่มั่นคง มีสวัสดิการที่สามารถดูแลครอบครัวได้
นายธนวัฒน์ ยังให้ข้อมูลว่า ขบวนการดังกล่าวมีวิธีการทุจริตหลายรูปแบบ ทั้งการใช้อุปกรณ์ช่วยโกง ส่งคนในขบวนการเข้าไปร่วมสอบด้วยเพื่อให้สัญญาณคำตอบ การนำข้อสอบหรือคำตอบมาให้ล่วงหน้า รวมถึงการอ้างว่าสามารถดำเนินการเกี่ยวกับผลสอบของผู้ที่จ่ายเงินได้ โดยแต่ละตำแหน่งมีอัตราค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน และยังมีการกล่าวอ้างถึงการซื้อขายหรือประมูลสิทธิ์ในตำแหน่งก่อนนำมาขายต่อให้ผู้สมัครสอบอีกด้วยโดยมีผู้เสียหายที่ถูกสถาบันติวเตอร์แห่งนี้หลอกสูญเงิน ที่เข้ามาร้องเรียนแล้ว มากกว่า 20 ราย รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท โดยผู้เสียหายที่หลงเชื่อจ่ายเงินให้กับกลุ่มขบวนการดังกล่าวไปรายละ 150,000 – 300,000 บาท สุดท้ายไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตามที่กล่าวอ้าง และไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ จึงตัดสินใจออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเตือนผู้ที่กำลังเตรียมสอบราชการ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการในลักษณะเดียวกัน
นายธนวัฒน์ ยังระบุอีกว่า ขบวนการโกงสอบราชการดังกล่าว นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้ที่หลงเชื่อแล้ว ยังส่งผลกระทบกับสถาบันติวเตอร์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เปิดติวเพื่อเพิ่มทักษะความรู้แก่ผู้ที่ต้องการจะสอบเข้ารับราชการ ได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองจริงๆ จะได้เป็นข้าราชการที่มีประสิทธิภาพ ก็อยากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเอาผิดกับสถาบันติวเตอร์ที่มีพฤติกรรมหลอกลวง และผู้ร่วมขบวนการทุกคนที่ร่วมในการกระทำทุจริตสอบ จะได้ไม่ไปหลอกลวงคนอื่นอีก
สุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์




