ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีพบศพหญิงสาวถูกยัดใส่ถุงดำทิ้งในถังขยะริมถนนพื้นที่หมู่ 8 ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ก่อนพนักงานเก็บขยะของ อบต.กระแสบน นำถังขยะขึ้นเทใส่รถและถุงเกิดแตกออกระหว่างเข้าสู่ระบบอัดขยะ จนพบร่างผู้เสียชีวิตสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
จากการประชุมสรุปแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยพบว่าสภาพศพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการเสียชีวิตมาหลายวัน โดยเฉพาะบริเวณขา ลำตัว และใบหน้า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัยบริเวณใต้ลิ้นปี่จำนวน 2 แผล ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเกิดจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมหรือเป็นบาดแผลลักษณะใดกันแน่
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า แม้จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่แนวทางการสืบสวนเริ่มให้น้ำหนักไปที่การเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เนื่องจากลักษณะการอำพรางศพมีความชัดเจน โดยผู้ก่อเหตุได้นำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงขยะสีดำ ก่อนใช้เสื้อแขนยาวมีฮู้ดผูกมัดร่างเอาไว้ แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสาธารณะ เพื่อหวังปกปิดการกระทำและอำพรางคดี
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังทราบข้อมูลบุคคลใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นแฟนคบหาและเป็นชาวหมู่ 9 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง โดยประเด็นดังกล่าวทำให้ชุดสืบสวนเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องอาจมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ใน อ.แกลง เป็นอย่างดี จึงสามารถเลือกจุดนำศพมาทิ้งได้อย่างแนบเนียน
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวบุคคลใกล้ชิดทุกคนมาสอบปากคำ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับคดี เพื่อหาว่า “น้องฝน” ใช้ชีวิตอยู่กับใครในช่วงก่อนหายตัวไป และเสียชีวิตในสถานที่ใด ก่อนถูกนำศพมาทิ้งในพื้นที่ ต.กระแสบน
ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 69 ภายหลังครอบครัวเดินทางมายืนยันตัวตนผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล พบว่าเป็น น.ส.ชลธิชา อายุ 17 ปี หรือ “น้องฝน” ชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งครอบครัวได้แจ้งความบุคคลสูญหายไว้เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังขาดการติดต่อกับญาติอย่างกะทันหัน
ต่อมา พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิราวัฒน์ ศักดิ์ศรีวัฒนา รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง, พ.ต.อ.สมชาย วงศ์พูนสุข ผกก.สภ.แกลง, พ.ต.ท.เชนยุทธ ศรอุดรธนธรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.แกลง, พ.ต.ท.วิชิต ตั้งจิตรวัฒนากุล ชุดสืบสวน ภาค 2 ตลอดจนชุดสืบสวน ภ.จว.ระยอง และชุดสืบสวน สภ.แกลง ได้ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอย่างเร่งด่วน เพื่อคลี่คลายทุกปมสงสัย ทั้งเรื่องตัวตนผู้เสียชีวิต เส้นทางการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดระยอง และสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจากการประชุมสรุปแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยพบว่าสภาพศพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากการเสียชีวิตมาหลายวัน โดยเฉพาะบริเวณขา ลำตัว และใบหน้า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัยบริเวณใต้ลิ้นปี่จำนวน 2 แผล ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเกิดจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมหรือเป็นบาดแผลลักษณะใดกันแน่
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า แม้จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่แนวทางการสืบสวนเริ่มให้น้ำหนักไปที่การเสียชีวิตผิดธรรมชาติ เนื่องจากลักษณะการอำพรางศพมีความชัดเจน โดยผู้ก่อเหตุได้นำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงขยะสีดำ ก่อนใช้เสื้อแขนยาวมีฮู้ดผูกมัดร่างเอาไว้ แล้วนำไปทิ้งในถังขยะสาธารณะ เพื่อหวังปกปิดการกระทำและอำพรางคดี
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังทราบข้อมูลบุคคลใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นแฟนคบหาและเป็นชาวหมู่ 9 ต.ทางเกวียน อ.แกลง จ.ระยอง โดยประเด็นดังกล่าวทำให้ชุดสืบสวนเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องอาจมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ใน อ.แกลง เป็นอย่างดี จึงสามารถเลือกจุดนำศพมาทิ้งได้อย่างแนบเนียน
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวบุคคลใกล้ชิดทุกคนมาสอบปากคำ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับคดี เพื่อหาว่า “น้องฝน” ใช้ชีวิตอยู่กับใครในช่วงก่อนหายตัวไป และเสียชีวิตในสถานที่ใด ก่อนถูกนำศพมาทิ้งในพื้นที่ ต.กระแสบน
ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และผลชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก.









