ตม.ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์และผู้นำพา 12 ราย ที่ย้ายฐานจากกัมพูชาไปตั้งฐานใหม่ในมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ได้เปิดเผยถึงการทลายเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน เวียดนามและเมียนมา และผู้นำพาชาวไทย รวม 12 คน หลังจากขยายผลการจับกุมตัว นายรุสดีย์ มูฮัมมัดชาเรฟ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/4 ม.10 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้นำพา พร้อมกับ MR.GUO HAO อายุ 19 ปี สัญชาติจีน อยู่มณฑลเหอหนาน และ MR.CHIMANG QIANG อายุ 35 ปี สัญชาติจีน อยู่มณฑลยูนาน ที่บริเวณถนนเขื่อนกั้นน้ำริมตลิ่งแม่น้ำโก-ลก ม.5 บ้านน้ำตก ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ในระหว่างที่นายรุสดีย์ กำลังนำพาชาวจีนทั้ง 2 คน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศมาเลซีย ซึ่งเป็นนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต. ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6

และขณะเจ้าหน้าที่จับกุมได้ตรวจยึด ของกลางหลายรายการ อาทิ 1. โทรศัพท์มือถือของนายรุสดีย์ 3 เครื่อง 2. รถยนต์กระบะแบบ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูสุ รุ่นดีแมค สีส้ม ทะเบียน กต 7461 ปัตตานี 3. โทรศัพท์มือถือของชาวจีน 9 เครื่อง 4. แฟลชไดรฟ์ 8 อัน และ 5.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พบความเชื่อมโยงไปยังจุดพักคอยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสงขลา จึงได้ประสานการปฏิบัติกับ เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.สส.สตม เข้าตรวจสอบภายในอ่อนนุชรีสอร์ต เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และสามารถจับกุมชาวจีน 1 ราย และชาวเวียดนาม 1 นาย ลักลอบทำงานเป็นพนักงานรีสอร์ต พร้อมทั้งได้ประสานการปฏิบัติกับ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา เข้าตรวจสอบภายในที่พักมายโฮมรีสอร์ต อ.นาหม่อม จ.สงขลา พบและจับกุมชาวจีน 6 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย

ซึ่งทั้งหมดเป็นการขยายผลจากการจับกุมชาวจีน 2 คน ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ด้าน พ.ต.อ.พลูศักดิ์ ผกก.ตม.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่าในกลุ่มขบวนการลักลอบขนชาวจีนมีรูปแบบการเคลื่อนย้ายเป็นทอด ๆ โดยใช้จุดพักคอยหลายแห่ง เริ่มจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้วมายังกรุงเทพมหานคร เดินทางลงสู่จังหวัดสงขลาด้วยยานพาหนะประเภทต่างๆ มีทั้งรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง ก่อนถูกส่งต่อด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลไปยังชายจุดพักคอยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และเตรียมลักลอบข้ามแดนไปยังมาเลเซียบริเวณแม่น้ำโก-ลก

“ จากพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่าชาวจีนที่ถูกจับกุมบริเวณริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก เข้าพักที่โรงแรมตันหยง โดยพยานในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าก่อนการจับกุมมีชาวจีน 3 ราย ลงเรือข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งประเทศมาเลเซียได้แล้ว ส่วนอีก 2 รายถูกจับกุมพร้อมนายรุสดีย์ และพยานหลักฐานจากนายรุสดีย์ฯ และคำให้การของผู้ประกอบการพนักงานโรงแรม-รีสอร์ต มีความสอดคล้อง และความเชื่อมโยงไปยังนายฮาบีบ ชาวจังหวัดยะลาซึ่งมีบทบาทด้านการเงิน การประสานที่พัก และการเคลื่อนย้ายบุคคล โดยเป็นผู้ติดต่อเปิดห้องในกรุงเทพมหานคร โอนเงินค่าที่พักติดต่อประสานงานผ่านแอปพลิเคชัน LINE เป็นจำนวนมาก และปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการใช้รถยนต์นำชาวจีนจากจังหวัดสงขลา ไปส่งในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งพบข้อมูลการเปิดห้องพักที่โรงแรมตันหยง นายรุสดีย์ฯ อ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลชื่อ “มะอิง” ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศมาเลเซีย  ซึ่งเป็นการย้ายฐานของสแกมเมอร์จากกัมพูชา เพื่อไปตั้งฐานใหม่ในประเทศมาเลเซีย “ พ.ต.อ.พลูศักดิ์ ผกก.ตม.จว.นราธิวาส
นอกจากนี้ พ.ต.อ.พลูศักดิ์ ผกก.ตม.จว.นราธิวาส ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดพบว่า นายรุสดีย์ฯ เคยถูกจับกุมกรณี ตม.จว.สงขลา จับกุมนายธนชาติฯ ขณะขนชาวจีน จาก กทม. มายังจังหวัดสงขลา เพื่อจะลักลอบข้ามแดนไปยังมาเลเซียในเครือข่ายของนายต๊กกีฮง ชาวมาเลเซียเมื่อปี 2567 ขณะเดียวกันยังพบเส้นทางการเงินของนายรุสดีย์ฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.69 จำนวน 100,000 บาท เชื่อมโยงไปยัง “นายนิคม”
บุคคลเฝ้าระวังในเครือข่ายลักลอบขนชาวจีนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่มีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 64 จากพยานหลักฐานที่ปรากฏ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นเครือข่ายลักลอบเคลื่อนย้ายชาวจีนที่ยังมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ใช้จุดพักคอยหลายแห่งและเปลี่ยนยานพาหนะเป็นทอด ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการตรวจพบ โดยมีนายรุสดีย์และนายฮาบีบทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักภายในประเทศ ขณะที่บุคคลชื่อมะอิงในประเทศมาเลเซียอาจมีบทบาทเป็นผู้สั่งการหรือผู้รับช่วงปลายทาง ทั้งนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อพิสูจน์ทราบเครือข่าย ผู้ร่วมขบวนการ และเส้นทางการเงินเพิ่มเติมต่อไป เพื่อติดตามจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์และผู้นำพามาดำนินคดีตามกฏหมายต่อไป



 นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

ใหม่กว่า เก่ากว่า