ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กรณีไม่ได้รับเงินค่าอ้อย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,125,895 บาท ก่อนที่ตัวแทนบริษัทจะเข้าทำบันทึกข้อตกลงยินยอมชำระเงิน 2 งวด โดยงวดแรกจำนวน 600,000 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และงวดที่สองจำนวน 525,895 บาท ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายงวดแรก กลับไม่มีการโอนเงินตามสัญญา ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเกิดความวิตกกังวล เนื่องจากหลายครอบครัวกำลังรอเงินก้อนดังกล่าวเพื่อนำไปชำระหนี้และใช้จ่ายภายในครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยหลายรายเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทแห่งนี้เข้ามารับตัดอ้อยและทำความสะอาดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เจ้าของไร่แทบไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม หลายคนถึงขั้นซื้อน้ำและอาหารมาเลี้ยงคนงานด้วยความเป็นกันเอง อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงิน ทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นและใช้บริการมาโดยตลอด
“ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา เราไว้ใจเขา”
เกษตรกรระบุว่า ส่วนแบ่งรายได้ที่แต่ละรายจะได้รับอยู่ที่ประมาณตันละ 400-600 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้สำคัญของครอบครัว บางรายได้ 3 หมื่น บางรายได้เป็นแสนก็มี แต่เมื่อเงินไม่มาถึงมือตามกำหนด หลายคนจึงได้รับผลกระทบโดยตรง
ล่าสุดมีการประสานพูดคุยกับบริษัท ซึ่งขอเลื่อนการชำระเงินออกไปเป็นภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมยืนยันผ่านโทรศัพท์ต่อนายอำเภอและกลุ่มเกษตรกรว่าไม่มีเจตนาจะเบี้ยวหนี้ และพร้อมจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์ตามที่ตกลงกันไว้
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยอมรับว่าแทบไม่มีทางเลือก นอกจากรอโอกาสครั้งสุดท้าย โดยหากยังผิดนัดอีกครั้ง กลุ่มผู้เสียหายยืนยันจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดยไม่มีการเจรจาเพิ่มเติม
ชาวไร่อ้อยหลายรายระบุว่า บริษัทได้รับเงินจากโรงงานน้ำตาลแล้ว แต่กลับไม่มีการนำเงินมาจ่ายให้เกษตรกร มีเพียงเอกสารแจ้งยอดและการขอเลื่อนจ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญความเดือดร้อนและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
ขณะนี้มีนัดหมายให้บริษัทเข้าพบนายอำเภอและพนักงานสอบสวนในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ท่ามกลางความหวังของชาวบ้านที่ต้องการเพียง “เงินที่ตนเองควรได้รับ” เท่านั้นนันทวัฒน์ อุ่มพิมาย นครราชสีมา 0883777745







