กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. จับกุม นายณัฐวุฒิ หรือ “บาส” สุขจันทร์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “นำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ” หลังพบพัวพันขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ผ่าน TikTok และ LINE
คดีนี้สืบเนื่องจาก นางวันทนา รัตนนท์ ผู้เสียหาย พบโฆษณาชวนลงทุนผ่าน TikTok อ้างหารายได้เสริมจากการกดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายร้านค้า พร้อมรับค่าคอมมิชชั่นและกำไรสูง ก่อนถูกชักชวนผ่าน LINE ให้สมัครเว็บไซต์ปลอมลักษณะคล้ายแพลตฟอร์มลงทุนจริง มีทั้งรูปสินค้า ยอดลงทุน และยอดกำไรแสดงในระบบ ระหว่างวันที่ 7–13 มกราคม 2568 ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 15 ครั้ง ผ่าน 14 บัญชีธนาคาร รวมความเสียหายกว่า 525,043 บาท โดยคนร้ายอ้างว่าต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ เพิ่มเครดิต และถอนกำไร กระทั่งสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ ต่อมา ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ. ได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหากำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงติดตามจับกุมได้บริเวณหน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าเคยให้เพื่อนยืมบัญชีธนาคารและโทรศัพท์ไปใช้ โดยได้รับเงินตอบแทน 1,000 บาท ก่อนพบภายหลังว่าบัญชีถูกอายัด แต่ตำรวจระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยมีประวัติคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน และยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องจาก นางวันทนา รัตนนท์ ผู้เสียหาย พบโฆษณาชวนลงทุนผ่าน TikTok อ้างหารายได้เสริมจากการกดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายร้านค้า พร้อมรับค่าคอมมิชชั่นและกำไรสูง ก่อนถูกชักชวนผ่าน LINE ให้สมัครเว็บไซต์ปลอมลักษณะคล้ายแพลตฟอร์มลงทุนจริง มีทั้งรูปสินค้า ยอดลงทุน และยอดกำไรแสดงในระบบ ระหว่างวันที่ 7–13 มกราคม 2568 ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 15 ครั้ง ผ่าน 14 บัญชีธนาคาร รวมความเสียหายกว่า 525,043 บาท โดยคนร้ายอ้างว่าต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ เพิ่มเครดิต และถอนกำไร กระทั่งสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ ต่อมา ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ. ได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหากำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงติดตามจับกุมได้บริเวณหน้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าเคยให้เพื่อนยืมบัญชีธนาคารและโทรศัพท์ไปใช้ โดยได้รับเงินตอบแทน 1,000 บาท ก่อนพบภายหลังว่าบัญชีถูกอายัด แต่ตำรวจระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยมีประวัติคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน และยังไม่ปักใจเชื่อตามคำให้การ
ตำรวจเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อการลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงในระยะสั้น โดยเฉพาะการให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบหรือถอนกำไร ซึ่งเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ หากสงสัยว่าถูกหลอก ควรรีบอายัดบัญชีปลายทางและแจ้งความทันที พร้อมย้ำ “ก่อนโอน ควรตั้งสติ ตรวจสอบให้รอบคอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ”


