ที่หอประชุมใหญ่ ชั้น 5 ม.ราชพฤกษ์ (มรพ.)
ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ อธิการบดี , ดร.สันธยา ชูทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ศาสตรจารย์ ดร.พนม คลี่ฉายา คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มรพ.
พร้อมคณะผู้บริหารภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ร่วมเวทีเสวนาพลิกโฉมมหาวิทยาลัย กระตุ้นวงการอุดมศึกษาปรับตัว ฉายภาพมหาวิทยาลัยหลังปี 2569 ยุทธศาสตร์อยู่รอดและเติบโตในเศรษฐกิจใหม่ ปรับหลักสูตรตอบโจทย์ความรู้และทักษะอนาคต เรียนคู่ขนานทำงานจริงในสถานประกอบการ ปรับสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะในสังคมยั่งยืน
ทั้งนี้ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 20 ปี มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ (มรพ. หรือ RPU) ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Talk) หัวข้อ “Next Generation University: Changes and Challenges” ระดมแนวคิดและเปิดมุมมองท้าทายอนาคตของมหาวิทยาลัยไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบเศรษฐกิจใหม่ และสังคมที่ยั่งยืน โดยมีผู้บริหารกระทรวง อว. นักบริหารภาคธุรกิจ นักวิชาการ ร่วมเสนอมุมมองเพื่อการอยู่รอดและเติบโตของมหาวิทยาลัยหลังปี 2569ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ฉายอนาคตอีก 3 ข้างหน้า ระบบนิเวศอุดมศึกษาไทยต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและวิกฤตรอบด้าน การก้าวสู่ “Next Generation University” จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัว แต่คือ “การออกแบบอนาคต” ของการจัดศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างมีวิสัยทัศน์ อว. มีนโยบายมุ่งเน้นสนับสนุนร่วมกันสร้าง "Modular Education" หรือการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับการทำงานจริง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยฐานความรู้ สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่ยืดหยุ่น มีทักษะที่หลากหลาย (Multi-Skill) และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ ย้ำว่า “มหาวิทยาลัยยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากผู้ผลิตบัณฑิตไปสู่บทบาทแห่งการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม (Value Creator for Society)”
ขณะที่ศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า โลกเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทุกระดับทั้งประเทศ สังคม และทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ นำมาสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ “พลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย” (Reinventing University) โดย กกอ. ที่ขับเคลื่อนผ่านกระทรวง อว. ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มุ่งเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นแนวหน้าในการขับเคลื่อนประเทศ สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Valued-based Economy) สร้างกำลังพลขั้นสูงตามความต้องการของประเทศ มีเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยต้องมีงานวิจัยระดับแนวหน้า สร้างนวัตกรรม พัฒนาปัญญาและคุณธรรมของบัณฑิต พัฒนาบุคคลากรวิชาชีพและสาขาเฉพาะในภาคธุรกิจรวมทั้งระดับชุมชนพื้นที่ โดยจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยตามศักยภาพและความเข้มแข็งของแต่ละมหาวิทยาลัยให้เป็นกลไกสำคัญให้บรรลุเป้าหมาย
ด้านคุณมนูญ สรรค์คุณากร กรรมการสภามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจากภาคธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดมุมมองความไม่แน่นอนและการแข่งขันที่เข้มข้น เศรษฐกิจใหม่ที่ต้องแข่งขันด้วยความรู้ทักษะขั้นสูง การสร้างนวัตกรรม บนฐานแห่งความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและสังคม โอกาสของมหาวิทยาลัยคือการปรับตัวก่อนที่จะถูกการเปลี่ยนแปลงผลักเข้าสู่ทางตัน ด้วยการเปลี่ยนความคิดใหม่ที่มุ่งจัดการศึกษาตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของการทำธุรกิจ ที่ลดความสำคัญของคุณวุฒิปริญญา (Degree) แต่ให้คุณค่ากับทักษะความสามารถที่นำไปปฏิบัติงานได้จริง เสมือนทักษะที่ต้องการเป็นสกุลเงินที่ใช้วัดมูลค่าในตลาดแรงงาน (Skill Currency) ดังนั้นการผลิตบัณฑิตจึงต้องสร้างคุณค่าให้ครบทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับพื้นฐานความรู้ ความคิด การยืดหยุ่น ระดับกลางคือทักษะ ความฉลาดในการบูรณาการความรู้ที่หลากหลายสาขามาใช้แก้ปัญญา และระดับความสามารถประยุกต์ใช้จริงที่ช่วยแก้ปัญหาและบรรลุเป้าหมาย “ยุคนี้ ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงไม่ได้ มหาวิทยาลัยและสังคมจะสร้างโอกาสจากความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ เป็นความท้าทาย การพัฒนาสถาบัน ให้มั่นคง ก้าวหน้า และยั่งยืนตลอดไป”
ขณะที่ ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ (มรพ.) นำเสนอแนวคิดและการปรับตัวของมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานและความต้องการของผู้เรียนเจนซี (Gen Z) และเจนอัลฟ่า (Gen Alpha) ที่กำลังจะก้าวสู่มหาวิทยาลัยในอีก 2-3 ปีต่อจากนี้ มรพ. เปลี่ยนนิเวศการเรียนของมหาวิทยาลัยไปสู่รูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างหลักสูตรเชื่อมโยงวิชาชีพ เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยหลักสูตรสร้างบัณฑิตใหม่และหลักสูตรยกระดับทักษะคนทำงาน ใช้รูปแบบการเรียนยืดหยุ่นผสมผสานห้องเรียน ออนไลน์ และการทำงานจริง มุ่งเน้นสมรรถนะตรงตามความต้องการวิชาชีพ ขับเคลื่อนการศึกษาด้วยเอไอ (AI) มาใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน สร้างโอกาสอาชีพด้วยพันธมิตรภาคอุตสาหหกรรมและความร่วมมือระดับนานาชาติ
ดร.อณาวุฒิ กล่าวว่า เพิ่มเติมว่า “20 ปีที่ผ่านมา เราสร้างโอกาสทางการศึกษา และ 20 ปีต่อจากนี้ เราต้องสร้างมหาวิทยาลัยที่สร้างอนาคตให้สังคมไทย”
คุณพชรธรณ์ นิยมเธียรสิน ผู้บริหารเครือแมริออท ประเทศไทย ร่วมแบ่งปัประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมสถานประกอบการ เกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการศึกษาแบบ
“Work Integrated Learning” (WIL) หรือรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ผ่านการเรียนรู้จากโจทย์จริง การลงมือทำจริง และการแก้ปัญหาจริงในสถานประกอบการ สร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงานได้จริง “เราไม่ใช่แค่ผู้จ้างงาน แต่เป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตของคนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่ทำงาน”
การเสวนาในครั้งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นมุมมองความคิดของคนในแวดวงอุดมศึกษา สถานประกอบการให้มีมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงที่มิใช่อุปสรรคแต่เป็นความท้าทาย ที่จะร่วมก้าวสู่ Next Generation University อย่างมั่นใจ ภายใต้แรงสนับสนุนจากภาครัฐตามยุทธศาสตร์พลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทยที่ขับเคลื่อนของกระทรวง อว. ให้บรรลุเป้าหมายการปรับตัวของมหาวิทยาลัยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตที่พลิกผันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
หากท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสแกน QR Code หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
สำนักประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-432 6101 ต่อ 2101 E-mail : rc_pr@rpu.ac.th
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สำราญ จูช่วยโทรศัพท์ 089-103 2193 ไลน์ 089-103 2163



