นายสุทนต์ กล้าการขาย อภิปรายในลักษณะ “สนับสนุนพร้อมข้อเสนอแนะ” ต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของ กสม. ในการขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกและบริบทของสังคมไทย

กระผมเห็นว่า ในปีที่ผ่านมา กสม. มีผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมหลายด้าน โดยเฉพาะการรับเรื่องร้องเรียนจำนวนกว่า ๑,๐๒๗ เรื่อง และการดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง   สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

นอกจากนี้ ยังเห็นความก้าวหน้าในการดำเนินงานเชิงรุก อาทิ

* การตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวเพื่อป้องกันการทรมาน

* การผลักดันให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสู่อนุสัญญา OPCAT

* การดำเนินโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน

* การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคประชาสังคมทั้งในและต่างประเทศ  

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยให้สอดคล้องกับหลักสากล

กระผมขอชื่นชม กสม. ที่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกัน” มากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการพัฒนาดัชนีสิทธิมนุษยชนและระบบเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ   ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญขององค์กรอิสระในยุคดิจิทัลอีกทั้ง การพัฒนาเครื่องมือประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน หรือ HRIA และการทดลองใช้กับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ และโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่   ถือเป็นแนวทางที่น่าสนับสนุน เพราะจะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและชุมชน

 อีกทั้ง การพัฒนาเครื่องมือประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน หรือ HRIA และการทดลองใช้กับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ และโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่   ถือเป็นแนวทางที่น่าสนับสนุน เพราะจะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและชุมชน

ใหม่กว่า เก่ากว่า