สว.พบประชาชน ภาคเหนือ (ตอนบน) ลงพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่ พบปัญหาสิ่งก่อสร้างของภาครัฐถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน และการจัดสรรที่ดิน คทช. พร้อมเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมายป่าไม้ให้สอดคล้องกับการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่หารือร่วมกับภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูล ปัญหา และแนวทางการพัฒนาพื้นที่นายพละวัต กล่าวว่า วุฒิสภาพร้อมทำหน้าที่รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการติดตาม เสนอแนะ และผลักดันผ่านกลไกของวุฒิสภา รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับประเด็นสำคัญที่มีการหารือในครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาสิ่งก่อสร้างของส่วนราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน การจัดสรรที่ดินทำกินประเภท คทช. และการแก้ไขพระราชบัญญัติป่าไม้ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกระจายอำนาจทั้งนี้ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สะท้อนปัญหาโครงการภาครัฐหลายแห่งที่ชำรุดและไม่สามารถใช้งานได้
อาทิ โครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำในพื้นที่สูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาภัยแล้งและการเกษตรของประชาชนในพื้นที่นอกจากนี้ ประชาชนในตำบลสันทะยังสะท้อนปัญหาการยื่นขอโฉนดที่ดินจากเอกสาร สค.1, สป.3 และ น.ส.3 ก. แม้จะผ่านการรังวัดและชำระค่าธรรมเนียมแล้ว แต่ยังไม่ได้รับโฉนดและไม่มีความชัดเจนด้านผลการดำเนินงาน ส่งผลต่อความมั่นคงในการถือครองที่ดินและการประกอบอาชีพขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังเสนอให้เร่งรัดการพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินในรูปแบบ คทช. ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ หลังจากมีการสำรวจและเสนอข้อมูลเข้าสู่กระบวนการมาตั้งแต่ปี 2569 แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือข้อเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติป่าไม้ เพื่อให้สอดคล้องกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจป้องกันและดับไฟป่า ซึ่งแม้ อปท. จะได้รับการถ่ายโอนภารกิจแล้ว แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ต้องขออนุญาตกรมป่าไม้ก่อนดำเนินการ ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการติดตามและผลักดันผ่านกลไกของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนจังหวัดน่านให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 
 ภาพข่าวกัลยา สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน







ใหม่กว่า เก่ากว่า