โดย พันเอก พรชัย ได้เข้าพูดคุยปลอบขวัญและสอบถามรายละเอียดของอาการจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินเยียวยาช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในยามวิกฤต พร้อมกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ดูแลเรื่องสิทธิกำลังพลและการเยียวยาครอบครัวอย่างดีที่สุด
ด้าน น.ส.อัสนูรา ดูวอบาซอ มารดาของ ด.ญ.บูรฟิรดาวล์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการของลูกสาวด้วยความกังวลว่า ขณะนี้น้องยังมีอาการปวดบวมที่บาดแผลอย่างรุนแรง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาทางทีมแพทย์ได้นำตัวน้องเข้าห้องผ่าตัดด่วนเพื่อความพยายามในการเอาหัวกระสุนปืน เอ็ม.16 ออกจากต้นขาซ้าย แต่สุดท้าย "ไม่สามารถนำหัวกระสุนออกมาได้"น.ส.อัสนูรา ระบุว่า แพทย์ได้ชี้แจงผลการผ่าตัดและผลเอกซเรย์อย่างละเอียดว่า หัวกระสุนปืนฝังตัวลึกมากและอยู่ใกล้กับกระดูกชิ้นใหญ่ หากดึงดันจะเอาออกให้ได้ในตอนนี้ แพทย์จำเป็นต้องทำการคว้านแผลและกรีดเปิดผิวหนังให้กว้างขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงสูงมากต่อการติดเชื้อ ลุกลามเป็นหนองในกระดูก
"ที่สำคัญคือ หัวกระสุนปืนตกอยู่ในจุดอันตรายที่ลึกจนเกือบจะกระทบกับเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทสำคัญ หากผ่าตัดพลาดอาจส่งผลให้น้องพิการเดินไม่ได้ แพทย์จึงตัดสินใจยุติการผ่าตัดและปล่อยให้หัวกระสุนฝังอยู่ภายในร่างกายของน้องไปก่อนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด" มารดากล่าวมารดาของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว สภาพจิตใจของลูกสาวในขณะนี้ย่ำแย่อย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน น้องจะมีอาการหวาดผวาอย่างรุนแรง สะดุ้งตื่นและร้องไห้บอกว่ากลัวตกบันไดตลอดเวลา เนื่องจากในคืนเกิดเหตุน้องกำลังเล่นอยู่บริเวณบันไดหน้าบ้านพักพอดี ทำให้เกิดภาพจำฝังใจจนไม่ยอมนอนในเวลากลางคืนเพราะกลัวว่าจะฝันร้ายซ้ำๆ
นอกจากนี้ น.ส.อัสนูรา ยอมรับว่าตนนั่งทำงานอยู่ในบ้านและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะลั่นไก แต่ตัวน้องบูรฟิรดาวล์เป็นคนเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังนั่งเล่นดอกไม้ไฟอยู่หน้าบ้านกับลูกของน้าและเพื่อนเด็กรวม 3 คน จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ขา ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ด้วยความไร้เดียงสาของเด็ก น้องยังคงฝังใจและเล่าเหตุการณ์ในลักษณะเดิมว่า "หนูเจ็บเพราะดอกไม้ไฟปะทะกันแล้วพุ่งมาถูกขา" โดยที่เด็กน้อยยังไม่ทราบเลยว่าแท้จริงแล้วบาดแผลเฉียดตายนั้นมาจากน้ำมือของกลุ่มโจรใต้ที่ซุ่มยิงอาของตนเอง จนกระสุนทะลุอกมาโดนร่างของเธอ
ในส่วนของการสืบสวนล่าตัวกลุ่มคนร้าย ล่าสุด แหล่งข่าวหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยเปิดโปงเบาะแสสำคัญว่า จากพฤติการณ์เชิงลึกและลักษณะการลงมือในความมืด คาดว่าเป็นฝีมือการสั่งการและปฏิบัติการของกลุ่ม นายอาแซ แบเล๊าะ แกนนำสั่งการระดับปฏิบัติการคนสำคัญ ซึ่งเคลื่อนไหวรับผิดชอบรอยต่อ 3 ตำบล 2 จังหวัด ประกอบด้วย ต.สาวอ, ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และ ต.จะกั๊วะ อ.รามัน จ.ยะลา
สำหรับ นายอาแซ แบเล๊าะ ถือเป็นมือสังหารและแกนนำป่วนใต้แถวหน้าที่มีค่าหัวและหมายจับฉกาจฉกรรจ์ โดยเป็นผู้ต้องหาสำคัญในคดีลอบวางระเบิดวินาศกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ และยังมีหมายจับติดตัวในคดีใช้อาวุธปืนประกบยิง นายแวอาลี คอปเตอร์ เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งขณะนี้กองกำลังผสมทหารและตำรวจได้กระจายกำลังปิดล้อมเอ็กซเรย์พื้นที่ป่ารกและสวนยางพารารอยต่อดังกล่าว เพื่อกดดันล่าตัวกลุ่มทรชนกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนแล้ว




