โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 183,979 คดี พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม, ยาอี 274,880 เม็ดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) มีคดีรายสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ
- บก.ปส.1 ขยายผลจับไอซ์เครือข่ายวัยรุ่นข้ามภาค ยึดอีก 498 กิโลกรัม ซุกกระบะที่เพชรบูรณ์
เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกับ บก.ขส. และข่าวกรองทางทหาร (ขกท.ศปก.นสศ.) ร่วมกันขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งต่อเนื่องมาจากคดีจับกุมไอซ์ 1,958 กิโลกรัม ที่เตรียมขนลงเรือไปเกาะสมุย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ล่าสุดสืบทราบว่าขบวนการนี้ลักลอบลำเลียงยาจากชายแดนอีสานมาพักเก็บที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อส่งต่อพื้นที่ตอนใน จนกระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่สกัดจับคนขับรถเก๋งนำทาง สารภาพได้ค่าจ้าง 30,000 บาท พร้อมตรวจยึดรถกระบะซุกซ่อนไอซ์หนัก 498 กิโลกรัม ส่วนคนขับรถขนยาเสพติดหลบหนีไปได้ เผยพฤติการณ์เครือข่ายกระจายโกดังพักยาเสพติดในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เลย มหาสารคาม สกลนคร เชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเกาะติดสะกดรอยเพื่อทลายเครือข่ายที่เหลือต่อไป
บก.ปส.2 นปส.ชัยภูมิ แกะรอย Big Data รวบแก๊งขนยาข้ามภาคคารถ 3 คัน
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.2 (นปส.ชัยภูมิ) สืบสวนขยายผลขบวนการค้ายาเสพติด หลังนำระบบ Big Data ของ บช.ปส. มาวิเคราะห์เส้นทางรถต้องสงสัยจากคดีจับยาบ้า 4.1 แสนเม็ด ที่ จ.ร้อยเอ็ด จนพบกลุ่มรถยนต์ 3 คัน วิ่งขนส่งยาเสพติดจาก จ.นครพนม ปลายทาง จ.สมุทรปราการ เป็นประจำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมขบวนการดังกล่าวได้ยกทีม พร้อมรถยนต์ของกลาง 3 คัน ประกอบด้วย รถเก๋ง 1 คัน และรถกระบะอีก 2 คัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน สารภาพรับจ้างขนยาเสพติดจาก อ.นาหว้า จ.นครพนม ไปส่งที่ จ.สมุทรปราการ ได้ค่าจ้าง 100,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีเร่งขยายผลหาตัวผู้บงการใหญ่ต่อไป
บก.ปส.3 ยึดยาบ้า 30 ล้านเม็ด รวบ 30 ทรชนเครือข่ายยาเสพติดได้ดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ในห้วงเดือน เมษายน - พฤษภาคม 2569 จำนวน 12 คดี ผู้ต้องหา 30 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวน 30,159,400 เม็ด, ไอซ์ ประมาณ 330 กิโลกรัม, คีตามีน 199 กิโลกรัม และฝิ่น 4.8 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็น การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดพื้นที่ตามแนวชายแดนภาคเหนือ จำนวน 6 คดี ผู้ต้องหา 11 คน ของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 12,453,400 เม็ด, ไอซ์ ประมาณ 330 กิโลกรัม และฝิ่น 4.8 กิโลกรัม และการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่แหล่งพักคอยตอนในของประเทศ จำนวน 6 คดี ผู้ต้องหา 19 คน ของกลางยาบ้า ประมาณ 17,706,000 เม็ด, คีตามีน 199 กิโลกรัม
- บก.ปส.4 แกะรอยพัสดุเอกชนข้ามภาค ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 6.96 ล้านเม็ด เชียงใหม่-กระบี่ บก.ปส.3 ร่วมกับ บก.ปส.4 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ โดยเริ่มจากการจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมยาบ้า 3,960,000 เม็ด ที่บริษัทขนส่งเอกชน สาขาสี่แยกแม่เหียะ และพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 จากการสืบสวนขยายผล พบการส่งพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดต่อเนื่องไปยัง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัดค้นคลังกระจายสินค้าใน ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 21-22 เมษายน 2569 พบพัสดุต้องสงสัยรวม 14 กล่อง ซุกซ่อนยาบ้าอีก 3,000,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 6,960,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีและเร่งขยายผลจับกุมผู้รับปลายทางต่อไป
บก.สกส. สกัดจับเครือข่ายขนไอซ์ 600 กิโลกรัม คารถกระบะตำรวจ กก.3 บก.สกส. สนธิกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามภาค หลังสายลับแจ้งเบาะแสกลุ่มเครือข่ายเตรียมขนยาเสพติดจากชายแดน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มุ่งหน้าส่งลูกค้าในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จนกระทั่งชุดปฏิบัติการพบรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่าน จ.กำแพงเพชร จึงสะกดรอยตามและเข้าสกัดตรวจค้นรถยนต์รวม 3 คัน ผลการตรวจค้นรถยนต์กระบะ พบไอซ์ล็อตใหญ่หนัก 600 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังและช่องเก็บของท้ายรถ ส่วนรถยนต์อีก 2 คัน ทำหน้าที่เป็นรถคุ้มกันและขับดูต้นทางด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีและขยายผลต่อไป
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สกัดจับรถตู้ซุกไอซ์ 300 กิโลกรัม ใต้หลังคา หน้าบ้านพักใน อ.สามพราน จ.นครปฐมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถตู้ต้องสงสัยเดินทางมาถึงบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 6 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงแสดงตัวเข้าสกัดตรวจค้น พบไอซ์น้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้หลังคารถตู้ โดยมีการดัดแปลงโครงสร้างและปิดทับอำพรางตาอย่างแน่นหนา
ตำรวจภูธรภาค 1 ขยายผลจับบิ๊กล็อต! บุกทลายบ้านเช่ากรุงเก่า ยึดยาบ้าทะลักซ้ำอีก 9.5 ล้านเม็ดเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับข่าวกรองทางทหาร (ขกท.ศปก.นสศ.) ขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา 2 รายพร้อมยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 จนสืบทราบถึงเครือข่ายขนส่งและพักยาเสพติดเข้าพื้นที่ตอนใน โดยมีนายนรินทร์ ทำหน้าที่ใช้รถกระบะตู้ทึบและรถกระบะขนส่งยา และมีนายอเนกใช้รถยนต์หลายคันสลับเปลี่ยนขับสำรวจด่านตรวจล่าสุด เจ้าหน้าที่สะกดรอยตามรถเป้าหมายขณะกำลังขนย้ายกระสอบเข้าไปภายในบ้านพัก หมู่ 3 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าตรวจค้นและตรวจยึดยาบ้าของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านได้เพิ่มอีกรวม 9,589,000 เม็ด
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ตชด.235 สกัดบิ๊กล็อตนครพนม รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 1.9 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 597 กิโลกรัมเมื่อกลางดึกวันที่ 8 เมษายน 2569 ร้อย ตชด.235 บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบริมถนนทางหลวงหมายเลข 2031 อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังสายลับแจ้งเบาะแส พบยาบ้า 5กระสอบ รวม 1,999,800 เม็ด ซุกซ่อนในโพรงหญ้า จึงดักซุ่มรอกลุ่มมารับของแต่ไม่พบ ก่อนทำการตรวจยึดรถยนต์ตู้ต้องสงสัยที่จอดทิ้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุจากนั้นเจ้าหน้าที่ขยายผลบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.โพนแพง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางไอซ์ซุกซ่อนในกล่องอีก 12 กล่อง น้ำหนักรวม 597 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ 2 คัน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)
- ศปรฟ.บช.ก. ร่วมกับ รฟท. รวบ 3 ชาวต่างชาติ ซุกไอซ์เกือบ 100 กิโลกรัม
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปรฟ.บช.ก. ร่วมกับเจ้าหน้าที่รฟท. จับกุมผู้ต้องหาชายชาวมาเลเซีย 3 คน ลักลอบขนยาไอซ์ จำนวน 97 กิโลกรัม (บรรจุในกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ) โดยใช้ขบวนรถไฟที่ 134 (หนองคาย-กรุงเทพฯ) ในการลำเลียง ขณะเข้าเขต จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่บนหิ้งวางของ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบตัวกลุ่มชายชาวมาเลเซีย เมื่อซักถามผู้ต้องหาอ้างว่ามีคนฝากมา เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจค้น พบยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุห่อพลาสติกสีแดง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวนรวม 97 แพ็ค จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- บช.ก.บุกทลายแหล่งลักลอบผลิต "สารเอโทมิเดต" ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หรือ "พอตเค" (วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2)เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีการลักลอบผลิตบุหรี่ไฟฟ้าและสารเอโทมิเนต จึงทำการเฝ้าติดตามสังเกตการณ์ จนทราบแน่ชัดแล้วว่ามีการลักลอบกระทำความผิดจริง จึงทำการขออนุมัติต่อศาลจังหวัดพัทยา เพื่อทำการตรวจค้น พบชายชาวจีน จำนวน 3 ราย ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบสารเคมีและอุปกรณ์การผลิตสารเคมี เป็นจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นการลักลอบผลิตสารเอโทมิเดต ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพอตเค ในความผิดฐาน "เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้" เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่และอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวใจของการแก้ไขปัญหายาเสพติดคือการสร้างกลไกเชิงระบบที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อปิดล้อมวงจรอาชญากรรมให้สิ้นซาก รัฐบาลขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่เสียสละและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ โดยจะดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกท่านเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
ด้านพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า"สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. เร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน ศอ.ปส.ตร. และได้เน้นย้ำสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมหน่วยร่วมปฏิบัติเร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานในกลไก ศอ.ปส.ตร. อย่างใกล้ชิด และย้ำอีกว่าการแถลงผลครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้า “กดดันทุกมิติ” ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
และลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก"





