จากบางบัวทองสู่มุกดาหาร…ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย ยายข้ามโขงรับศพลูกสาว พร้อมกอดหลานวัย 5 ขวบกลับบ้าน หลังเด็กต้องเห็นแม่จากไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่ พัฒนาสังคมและบ้านพักเด็กมุกดาหารยื่นมือเข้าช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดจากกรณีเหตุสลดหญิงชาวลาวเสียชีวิตบนรถโดยสารปรับอากาศสาย 927-10 กรุงเทพฯ–มุกดาหาร ระหว่างเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ ก่อนถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร โดยพบร่างนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณด้านท้ายรถ ขณะที่ลูกชายนั่งร้องไห้อยู่ข้างร่างแม่ สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้โดยสารทั้งคันรถ เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นั้นความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร นางนวน พันทิลาด มารดาของนางพอน พันทิลาด ผู้เสียชีวิต ชาวบ้านนาสีดา เมืองจำพอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ได้เดินทางพร้อมญาติข้ามพรมแดนจาก สปป.ลาว มายังจังหวัดมุกดาหาร เพื่อติดต่อรับศพลูกสาวและรับตัวหลานชายวัย 5 ขวบกลับบ้าน โดยมีนางรุ่งทิพย์ นันทสาร นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายอนุวัฒน์ บุญพันธ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางเข้ามาอำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการ และเข้าดูแลสภาพจิตใจของเด็กชายวัย 5 ขวบ ซึ่งอยู่ในภาวะสูญเสียอย่างกะทันหันด้วยบรรยากาศภายใน สภ.เมืองมุกดาหาร เต็มไปด้วยความเศร้าสลด เมื่อยายได้พบหน้าหลานชายที่ยังอยู่ในอาการซึมและอ่อนล้าหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจจากการสูญเสียแม่ต่อหน้าต่อตา ญาติพี่น้องต่างช่วยกันปลอบโยนเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดนางนวน ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ก่อนเกิดเหตุ นางพอนผู้เสียชีวิตได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านด่านพรมแดนมุกดาหาร บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ก่อนเดินทางไปหานายน้อย ผู้เป็นสามี ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และพักอาศัยอยู่ด้วยกันระยะหนึ่งกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นางพอนได้พาลูกชายวัย 5 ขวบ เดินทางไปขึ้นรถโดยสารปรับอากาศที่สถานีขนส่งกรุงเทพฯ หมอชิต 2 เพื่อเดินทางกลับมายังจังหวัดมุกดาหาร โดยโดยสารมากับรถทัวร์สาย 927-10 กรุงเทพฯ–มุกดาหาร หมายเลขทะเบียน 10-1998 มหาสารคาม และนั่งอยู่ที่เบาะหมายเลข 34ระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารที่นั่งใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการไม่สบาย ปวดท้องอย่างเห็นได้ชัด และเคยขอให้เพื่อนร่วมทางช่วยซื้อนมให้ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถกระทั่งเมื่อรถใกล้ถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร นางพอนได้ลุกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนเดินกลับมาด้านท้ายรถและทรุดตัวลงนอนกับพื้น จากนั้นลูกชายได้ร้องไห้อย่างหนักจนผู้โดยสารและพนักงานบนรถเข้าไปตรวจสอบ ก่อนพบว่าเสียชีวิตแล้วนางนวน กล่าวว่า ตอนทราบข่าวจากลูกเขยที่โทรศัพท์มาบอก แทบไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครคิดว่าการเดินทางกลับบ้านครั้งนี้จะกลายเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของลูกสาว“รีบเดินทางมาทันที เพราะอยากมาดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย และมารับหลานกลับบ้าน สงสารหลานมาก เขายังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงไม่ตื่นกลับมาอีก” นางนวนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนางรุ่งทิพย์ เปิดเผยว่า ทันทีที่ได้รับรายงานเหตุ หน่วยงาน พม. ได้เร่งเข้ามาตรวจสอบและให้การช่วยเหลือในมิติด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะเด็กซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการสูญเสียแม่อย่างฉับพลัน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือด้านสิทธิเด็กและอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ด้านนายอนุวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสภาพจิตใจของเด็กให้รู้สึกปลอดภัย ไม่ถูกปล่อยให้อยู่ในภาวะหวาดกลัวหรือสับสนตามลำพัง ซึ่งจากการพูดคุยพบว่าเด็กยังมีอาการซึมและเกาะติดญาติใกล้ชิดตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงให้การดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าญาติจะรับตัวกลับอย่างเรียบร้อยหลังจากให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว นางนวนพร้อมญาติได้เดินทางไปรับศพนางพอนที่โรงพยาบาลมุกดาหาร โดยมีรถกู้ชีพจากแขวงสะหวันนะเขต เดินทางมารับร่างกลับไปยัง สปป.ลาว เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาที่บ้านเกิดต่อไป.
ภาพ/ถ่าย เดวิด โชคชัย ผู้สื่อข่าว news 24 สถานีประชาชนประจำจังหวัดมุกดาหาร รายงาน










