วันที่ 15 พ.ค.69 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยะอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง พื้นที่ดำเนินการ อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายสกล ผลลูกอินทร์ รองประธานสภา อบจ.ชลบุรี นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิกสภา อบจ.ชลบุรี พ.ต.อ.อเนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา เป็นต้น
จังหวัดชลบุรีได้ให้แต่ละอำเภอทำการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย
ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง ผ่านระบบออนไลน์ทางเว็ปไซต์ โดยเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันทื่ 1 พฤษภาคม 2569- 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าที่อำเภอบางละมุงมีการดำเนินการลงทะเบียนออนไลน์สำเร็จ 47 ราย มีผู้ผ่านเกณฑ์ 15 ราย ไม่ผ่านเกณฑ์ 20 ราย ไม่มายืนยันตัวตน 12 ราย
ทั้งนี้จากยอดการมาลงทะเบียนรถพุ่มพวงที่เข้าโครงการของอำเภอบางละมุง พบว่ามีจำนวน 47 ราย จึงทำให้จังหวัดชลบุรีได้ทำการจัดสรรผู้มีสิทธิ์ตามความเหมาะสมมากน้อยตามจำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนของแต่ละอำเภอ ซึ่งจังหวัดชลบุรีมีโค้วต้าทั้งจังหวัด 55 ราย อำเภอบางละมุงได้จำนวน 5 ราย โดยคัดจากผู้ผ่านหลักเกณฑ์ 15 ราย และคัดจากผู้ลงทะเบียนก่อนหลัง ทำให้ได้ผู้เข้าร่วมโรงการ 5 ราย
ซึ่งรถพุ่มพวงที่ร่วมโครงการจะได้รับสินค้าทั้งหมด 14 รายการไปจำหน่ายในราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสาร , น้ำมัน , บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป , ไข่ไก่ ,ผงซักฟอก , น้ำปลา , ผงปรุงรส , แชมพู , ครีมอาบน้ำเป็นต้น ซึ่งรถพุ่มพวงที่อยู่ในประเภทรถกระบะ จะได้สินค้าราคาประหยัดไป 64 ชิ้น , สามล้อ ได้ 27 ชิ้น และ รถจักรยานยนต์ ได้ 22 ชิ้น และได้การสนับสนุนน้ำมันไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท ต่อเดือนตามแต่รถแต่ละประเภท โดยในวันนี้เป็นการร่วมค๊กอ็อฟปล่อยตัวรถพุ่มพวง 5 คัน ในส่วนของอำเภอบางละมุง พร้อมกับทั่วประเทศ
สำหรับโครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เป็นมาตรการของรัฐบาลไทยที่ดำเนินการร่วมกันโดย กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน โดยใช้ รถพุ่มพวง หรือรถเร่ขายของชำเคลื่อนที่ เป็นช่องทางกระจายสินค้าราคาประหยัดไปยังชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล สนับสนุนให้รถพุ่มพวงนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นไปขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพิ่มการเข้าถึงสินค้าให้ประชาชนถึงหน้าบ้าน ช่วยผู้ค้ารายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศอีกด้วย
