เชียงใหม่ - ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงกวาดล้างต่างด้าว "ฟ้าลั่นที่สันผีเสื้อ" หลังเหตุฆ่าหมกห้องน้ำเชียงใหม่ พร้อมคดีนักศึกษาขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นบนทางขึ้นดอยสุเทพ เตรียมเรียกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจแม่ปิงจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท กฤตธาพล  ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ พลตำรวจตรี ยุทธนา  แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมและกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ยกระดับมาตรการความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญพบศพหญิงสาว เชื้อชาติไทยใหญ่ ทราบชื่อภายหลังคือ นางคำอิง หรือนางคำยิ่ง นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำของห้องพักไม่มีชื่อ ห้องหมายเลข 8 ในพื้นที่ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้เช่าห้องพักคือ นายจายสู้ ชายสัญชาติเมียนมา อายุ 46 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาผู้เสียชีวิตเข้ามาที่ห้องพักในคืนวันที่ 16 พฤษภาคม ก่อนจะหายตัวไป ต่อมา นายเคอ บุตรชายของผู้เสียชีวิต ได้ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลจากเสื้อผ้า ทรงผม และแหวนของมารดาที่โรงพยาบาลสวนดอก ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับนายจายสู้ ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา" ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนีไปยังประเทศเมียนมาร์(พม่า)
จากคดีดังกล่าว ประกอบกับสถิติการก่อเหตุของกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ตำรวจภูธรภาค 5 จึงได้เปิดยุทธการ "ฟ้าลั่น ที่สันผีเสื้อ" บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 10 จุด ทั้งบ้านพัก ห้องแถว และสถานที่ทำงานของคนต่างด้าว ผลการปฏิบัติการสามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวมาจัดทำประวัติและบันทึกภาพลงฐานข้อมูลอาชญากรรมจำนวน 150 ราย พร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดกฎหมายรวม 20 ราย แบ่งเป็นข้อหาทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ 15 ราย(สัญชาติเมียนมา), ข้อหาไม่สามารถแสดงใบอนุญาตทำงานต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันท่วงที 2 ราย(สัญชาติเมียนมา) และข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีก 3 ราย(สัญชาติเมียนมา 2 ราย และเชื้อชาติปาเกอญอ 1 ราย)
นอกจากนี้ พลตำรวจตรียุทธนาฯ ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าอีกหนึ่งคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดย พันตำรวจเอก สิโณทัย  ลิลิตธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียกรณีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ฉวัดเฉวียนในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นบนทางขึ้นดอยสุเทพ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จากการสืบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ขับขี่รายดังกล่าวคือ นายกรวิทย์ อายุ 19 ปี นักศึกษาของสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายกรวิทย์เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาอนาจารและถูกยึดรถจักรยานยนต์ไว้ที่ สถานีตำรวจภูธธรภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น” ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงดำเนินคดีกับทางด้านผู้ปกครองต่อไป..







 ส่งศักดิ์  พรมเอี่ยม/ข่าว

สุทธิสม  น้อยหา/ภาพนิ่ง

นิวส์ 24 สถานีประชาชน ศูนย์ข่าวภาคเหนือ รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า