ประธานสภาฯ กล่าวว่า การทำงานในสภา ประธานมีหน้าที่แสวงหาความร่วมมือทั้งฝ่านค้านและรัฐบาล ดังนั้นการทำงานให้ได้ผลอย่างแท้จริง วิปทั้งสองฝ่ายต้องไปเจรจากัน เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็แจ้งมายังประธานว่าเป็นการเห็นพ้องต้องกันระหว่าง ฝ่ายบริหารกับฝ่ายค้าน แต่เมื่อไม่ได้ทำเช่นนั้น ประธานต้องให้คณะกรรมการที่สภามีอยู่ วินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วนหรือไม่ เมื่อสรุปว่าเป็นญัตติทั่วไป ก็ต้องบรรจุเป็นญัตติทั่วไป แต่ทั้งนี้ถึงแม้จะบรรจุเป็นญัตติทั่วไปแล้ว หากมีการเจรจากันได้ ก็สามารถเลื่อนญัตติมาได้ และเชื่อว่าสมาชิกจะเข้าใจกระบวนการทำงาน
"ผมอยากสื่อสารให้ทราบว่ากระบวนการทำงานของสภา เป็นการประสานงานตามบทบาทหน้าที่และกฏหมายที่บัญญัติไว้ ประธานมีหน้าที่อะไร ฝ่ายค้านและรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่อะไร ก็ทำไปตามนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นการทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่มีประธานคนไหนอยากให้การประชุมสภาเกิดความวุ่นวาย มีแต่อยากให้ราบรื่น ฉะนั้นถ้าจะให้ราบรื่นจริง วิปทั้งสองฝ่ายต้องคุยกัน ถ้าทุกฝ่ายทำได้แบบนี้งานก็จะเดินได้ ไม่ต้องมาพูดให้ประชาชนสับสน” ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า งานการเมือง ถ้าเราอยากทำให้ได้ผลต้องแสวงไปที่ผล ถ้าเป้าหมายเป็นภาพ ก็จะได้เป็นภาพ แต่ตนก็เข้าใจนักการเมือง ดังนั้น ต้องได้ทั้งภาพและผลด้วย ถึงจะเกิดประโยชน์กับประชาชน
สุรชัย พิรักษา /บุรีรัมย์

















