ผู้ว่าฯ ชลบุรี เปิดการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ชูบทบาทวิศวกรรับมือภาวะโลกเดือด

ณ ศูนย์การประชุม โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ภายใต้หัวข้อ “บทบาทของวิศวกรโยธากับภาวะโลกเดือด” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ภายในพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมได้รับชมวิดีทัศน์แนะนำการจัดประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 31 และการแสดงต้อนรับชุด “WELCOME TO PATTAYA” ก่อนที่ รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ จะกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎาพร สถานทรัพย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการ กล่าวรายงานว่า การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ถือเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการ วิศวกร นักวิจัย นักศึกษา และผู้ปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมโยธา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ระบบเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพของบุคลากรด้านวิศวกรรมโยธา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากวิศวกรโยธาเป็นกำลังสำคัญในการออกแบบ ก่อสร้าง และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งยังได้กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนหน่วยงานและองค์กรผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันจัดการประชุมวิชาการครั้งนี้ขึ้น ภายใต้หัวข้อที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบันสำหรับ การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ พ.ศ. 2537 และในปีนี้ นับเป็นครั้งที่ 31 ที่มุ่งเน้นบทบาทของวิศวกรโยธาในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟป่า และแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคตนอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมในหลากหลายสาขา อาทิ วิศวกรรมโครงสร้าง วิศวกรรมวัสดุก่อสร้าง วิศวกรรมการก่อสร้างและการจัดการ วิศวกรรมปฐพี วิศวกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ วิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและพลังงาน รวมถึงวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมดิจิทัล ตลอดจนการบรรยายพิเศษและนิทรรศการเทคโนโลยีทางวิศวกรรมโยธาจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมโยธาและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป



วิศาล แสงเจริญ

(ปู) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี

ใหม่กว่า เก่ากว่า