พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า หลังจากสายลับถูกพาขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนและพบหญิงชาวเวียดนาม 2 รายเตรียมให้บริการ จึงได้ส่งสัญญาณให้กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบุกเข้าตรวจค้นทันที จากการตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 2 คูหาดังกล่าว พบว่ามีการดัดแปลงพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 ให้เป็นห้องสำหรับให้บริการกว่า 10 ห้อง ภายในมีเตียงและอุปกรณ์ครบครัน พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วย หญิงชาวจีนอายุ 51 ปี ทำหน้าที่ดูแลกิจการ, ชายชาวจีนอายุ 51 ปี ทำหน้าที่ผู้จัดการร้าน, หญิงชาวเวียดนาม 2 ราย ทำหน้าที่ให้บริการทางเพศ รวมถึงหญิงชาวเมียนมาอีก 4 ราย ที่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและเป็นแม่บ้านดูแลความสะอาด
โฆษก บก.ตม.3 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยแบ่งฐานความผิดตามพฤติการณ์ อาทิ การเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลสถานการค้าประเวณี, การร่วมกันเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี, การรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต, การลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย และการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตนอกจากนี้ ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการคัดกรองผู้ต้องหาหญิงทั้งหมดตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นเหยื่อจากการบังคับค้ามนุษย์หรือไม่ ซึ่งผลการประเมินพบว่าทั้งหมดสมัครใจและไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยังคงเดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดของกลุ่มคนต่างด้าวและขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยหากพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง




