เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายจักรกฤช ตันเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 6 นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 และนายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ จับกุม อดีตนายกเทศมนตรี ตำบลท่าสายลวด อายุ 68 ปี ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชนละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางจะนำมา ซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ข้าราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 ซึ่งมีรายละเอียดพฤติการณ์ของผู้ต้องหา คือ ขยายระยะเวลาตามสัญญาจ้างโดยมิชอบ ในการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามลำห้วยม่วงและการก่อสร้างขุดลอกลำห้วยม่วงป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยโครงการดังกล่าวผู้รับจ้าง ไม่ได้ขนเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง ส่วนเรื่อง อุปสรรคในการรับมอบพื้นที่ และขอให้เร่งรัดการแก้ไขอุปสรรคในการรับมอบพื้นที่ และขอความอนุเคราะห์ขยายเวลาก่อสร้างตามมติรัฐมนตรี ผู้รับจ้างไม่ได้ทำเรื่องถึงหน่วยงานคู่สัญญาแต่เทศบาลตำบลท่าสายลวด ได้ทำการจัดทำบันทึกต่อท้ายสัญญาจ้าง จำนวน 8 ครั้ง เพื่อขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไปอีก 180 วัน โดยมีอดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวดในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามต่อท้ายสัญญาดังกล่าว ทั้งที่หมดระยะเวลาการยื่นคำร้องรับรองการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 เรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้าง โดยไม่ปรากฏว่าเทศบาลตำบลท่าสายลวดมีการลงเลขรับโดยเจ้าที่เทศบาลตำบลท่าสายลวดแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังภายหลังจากที่ทำสัญญาจ้างแล้ว ผู้รับจ้าง ยังมิได้เริ่มทำงานจ้างแต่อย่างใด รายละเอียดปรากฏจากรายงานช่างผู้ควบคุมงาน ถือว่าผู้รับจ้างเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาจ้าง เทศบาลตำบลท่าสายลวด จึงมีสิทธิเรียกค่าปรับตามสัญญาจ้างในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ทำการก่อสร้างตามสัญญาจ้างภายในระยะที่กำหนดในสัญญาจ้างถือได้ว่าการขยายระยะเวลาตามสัญญาจ้างดังกล่าวเป็นการขยายสัญญา โดยมิชอบ ดังนั้น การที่เทศบาลตำบลท่าสายลวด จัดทำบันทึกต่อท้ายสัญญาจ้าง เพื่อขยายระยะเวลาให้ผู้รับจ้างไปอีก 180 วัน ทำให้ราชการเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3,755,880 บาท (ค่าปรับตามสัญญาวันละ 20,866 บาท x ระยะเวลาที่ขยายโดยมิชอบ 180 วัน) ทั้งนี้การจับกุมโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการได้สืบสวนติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าวปัจจุบันได้อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประสานไปยังตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อวางแผนเข้าจับกุมผู้ถูกกล่าวหา จนสามารถจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2566 โดยนำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับกุม ฝากควบคุมตัวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ และจะนำตัวผู้ถูกล่าวหาส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 6 ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ผู้ถูกจับกุมยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดสำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
ภาพข่าว/กัลยา สองเมืองแก่น ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดน่าน
มาร่วมกันสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุตริต





