จังหวัดสุรินทร์ นำเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์สัญจรภายใต้โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 บนเส้นทาง อำเภอกาบเชิง – อำเภอพนมดงรัก

จังหวัดสุรินทร์สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ พาลงพื้นที่อำเภอพนมดงรัก พบปะกลุ่มเกษตรกรปลูกทุเรียนสวนพูนทรัพย์  สัมผัสรสชาติของทุเรียนอำเภอพนมดงรัก บ้านไทยสันติสุขทุเรียนรสหวาน หอมนุ่ม ละมุนลิ้นกลิ่นไม่ฉุนเนื้อไม่เป็นเส้น สีงาช้าง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของทุเรียนอำเภอพนมดงรักจังหวัดสุรินทร์

โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเบิกฤกษ์มงคลในการตัดลูกทุเรียนลูกแรก พร้อมด้วยนายพัฒนา พึ่งผล  นายอำเภอพนมดงรัก   นายกิติชัย  เกตุวงษา ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ร่วมในฤกษ์มงคลตัดทุเรียนลูกแรก ก่อนที่เกษตรกรจะเก็บผลผลิตในต้นเดือนมิถุนายนนี้พร้อมให้กำลังใจพี่น้องกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก

ว่าเกษตรกรในพื้นที่อำเภอพนมดงรักมีทุเรียนพร้อมที่จะจำหน่ายให้ผู้บริโภคประมาณ 40% แล้วของเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนทั้งจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งผลผลิตปีนี้ ต้องยอมรับว่า รสชาติของทุเรียนภูเขาไฟของจังหวัดสุรินทร์ ไม่แพ้จังหวัดอื่นอย่างแน่นอน 

ด้านนายอภิรักษ์ เกิดดี เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนพูนทรัพย์กล่าวว่า ตนใช้พื้นที่ปลูกทุเรียนเพียง 4 ไร่ สามารถทำรายได้มาแล้ว4 ปีแต่ปีนี้ ได้ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากต้องหลบหนีการสู้รบที่ชายแดน ทำให้การดูแลสวนทุเรียนได้ไม่เต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สวนทุเรียน คาดว่าจะได้อยู่ประมาณกว่า 4 ตัน ซึ่งมีพ่อค้าคนกลาง มาติดต่อขอรับซื้อทุเรียนแล้ว ในราคาตันละ 100,000 บาท คาดว่าปีนี้จะสามารถขายทุเรียนได้ประมาณ 4-500,000 บาท โดยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบำรุงดูแลรักษาประมาณ 200,000 บาท กำไรประมาณ 300,000 บาท ซึ่งสามารถที่จะเก็บผลผลิตทุเรียน ได้ในต้นเดือนมิถุนายนนี้
หลังจากนั้นคณะยังได้เดินทางไปยัง “สวนทุเรียน 190 คาเฟ่” ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และระดมแนวทางการประชาสัมพันธ์ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ

ถือเป็นเรื่องเล่าขานอันเป็นตำนานของ "ทุเรียนบักได"

"DURIAN BAKDAI" Story

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปี พ.ศ. 2550 สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ชื่อว่า พ่อสี - แม่พริ้ง อาศัยอยู่หมู่บ้านไทยนิยม ตำบลบักไดอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ซื้อต้นทุเรียน พันธุ์ "หมอนทอง" จากรถเร่ที่มาขายในหมู่บ้าน โดยแม่พริ้ง (ภรรยา)ได้ซื้อต้นทุเรียนในราคาต้นละ 50 บาท จำนวน 2 ต้น เป็นเงิน 100 บาท แล้วนำมาปลูกบนพื้นที่ใช้สอยบริเวณ บ้าน โดยขุดหลุมปลูกตามประสบการณ์ที่เคยขุดหลุมปลูกยางพารา และดูแลรักษาตามธรรมชาติ โดยไม่มีองค์ความรู้ใดๆ เรื่องทุเรียนเลย จนกระทั่งเมื่อปี 2558 ทุเรียนทั้งสองต้นเริ่มติดดอก และเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่เมื่อปี 2562 โดยรวมประมาณ 30 ลูก จากคำบอกเล่าของพ่อสี - แม่พริ้ง ทั้งสองท่านเล่าว่า ปีสองปีแรกผลทุเรียนมีเปลือกหนา แต่มีรสชาติดี เนื้อแห้ง รสมัน กลิ่นไม่ฉุน และมีการปลูกเพิ่มภายหลังอีก 3 ต้น รวมเป็น 5 ต้น โดย ตั้งใจปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน

ภายหลังกระแสความต้องการบริโภคทุเรียนมีมากขึ้น

เกษตรกรในพื้นที่หลายรายมีปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกทุเรียน โดยเมื่อปี พ.ศ. 2559 นายเลือย รักสกุล หนึ่งในเกษตรกรที่หัวไวใจสู้ และครอบครัว ได้ทดลองปลูก ทุเรียนในพื้นที่ 1 ไร่ และดูแลรักษา พร้อมทั้งสังเกตได้ว่า ต้นทุเรียนที่ปลูกไว้นั้น มีการเจริญเติบโต และอยู่รอดได้ในสภาพภูมิประเทศ และสภาพอากาศ รวมถึงสภาพดินในท้องถิ่นของตนเองได้ จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นสวนทุเรียน ในขณะที่ยางพารากำลังเจริญเติบโตและมีอายุเพียง 4 ปี โดยครั้งแรกโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกทุเรียนจำนวน 6 ไร่ ต่อมาภาครัฐให้การสนับสนุนไม้ผลชายแดน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน โดยมีหน่วยงานต่างๆให้การสนับสนุน ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น เป็นต้น ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม รวมเป็น 14 ไร่ นอกจากนายเลือย รักสกุล ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบ ยังมีนายสิทธิ์ วงษ์ตาแสง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน ได้ปลูกทุเรียนในรูปแบบแปลง หรือ สวน

ซึ่งนับได้ว่าเป็นเกษตรกรชาวสวนทุเรียนรุ่นแรกของอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบัน (กค พ.ศ.2569) อำเภอพนมดงรัก มีเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจำนวน 139 ราย พื้นที่ 925 ไร่โดยตำบลบักไดมีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด จำนวน 112 ราย 825 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วจำนวน 24 ราย พื้นที่ 187 ไร่มีมีกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ทุเรียนพนมดงรัก สมาชิก 38 ราย พื้นที่ 303 ไร่ อำเภอพนมดงรัก ภายใต้การ ขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นแบบบูรณาการ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอพนมดงรัก องค์การบริหารส่วนตำบลบักได ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีแผนในการส่งเสริมการปลูกไม้ผลชายแดน เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม ในอนาคต




 อัศววัฒน์ พัฒน์ทองกนก ภาพ/ข่าว News 24 จ.สุรินทร์ รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า