(15 พ.ค.69) นายอุกฤษฎ์ หงส์ไธสง นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้แทนพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบรีรัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกโพรง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกัน ประกอบพิธีปล่อยขบวนรถพุ่มพ่วงในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ” ที่บริเวณลานศาลากลางหมู่บ้านหนองไผ่ ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ตามนโยบายรัฐบาล มุ่งกระจายสินค้าราคาประหยัดถึงหน้าบ้าน เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น พร้อมทั้งได้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านค่าน้ำมันและสินค้าราคาต้นทุนแก่ผู้ประกอบการ
โดยวันนี้ได้มีการปล่อยขบวนรถพุ่มพวงที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์สองล้อ ในระยะแรก 22 คัน พร้อมมอบชุดสินค้าอุปโภคบริโภคราคาต้นทุน ให้แก่รถพุ่มพวงที่ผ่านการอนุมัติ เพื่อนำไปจำหน่ายควบคู่กับสินค้าที่มีอยู่เดิมเพื่อลดภาระต้นทุนและเสริมสภาพคล่องในการสั่งซื้อสินค้าในรอบถัดไปด้วยนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วงของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ มีผู้ประกอบอาชีพรถพุ่มพวง ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์สองล้อ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านการคัดเลือกกว่า 80 ราย และได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในระยะแรก 22 ราย แบ่งเป็นรถยนต์ 3 ราย รถสามล้อพ่วงข้าง 17 ราย และรถจักรยานยนต์สองล้อ 2 ราย ส่วนผู้สมัครที่เหลือได้ขึ้นบัญชีสำรองเพื่อพิจารณาในรอบถัดไป ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรก จะได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อลดต้นทุนในการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย การสนับสนุนค่าน้ำมันผ่านบัตร Fleet Card หรือ Top-up Card โดยรถจักรยานยนต์จะได้รับเงินอุดหนุน 250 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อได้รับเงินอุดหนุน 375 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,500 บาทต่อเดือน และรถกระบะจะได้รับเงินอุดหนุน 750 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 3,000 บาทต่อเดือน
ด้านนายสุรศักดิ์ มุมทอง อายุ 51 ปี ผู้ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายพืชผักผลไม้และอาหาร ในตำบลสะแกโพรงมากว่า 3 ปี บอกว่า เมื่อก่อนที่น้ำมันยังไม่แพงจะเติมน้ำเฉลี่ยวันละ 100 บาท แต่ช่วงที่น้ำมันแพงขึ้นต้องเติมน้ำมันเกือบ 200 บาท เพื่อขับขายของ หลังจากรัฐบาลมีโครงการไทยช่วยไทยสนับสนุนค่าน้ำมัน และมีสินค้าราคาต้นทุนมาให้ขายเสริม ก็มองว่าเป็นโครงการที่ดีที่ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบอาชีพได้ แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้แก้ปัญหาราคาน้ำมันให้ลดลงเท่าเดิม แต่หากยังไม่สามารถแก้ได้ ก็อยากให้เพิ่มวงเงินอุดหนุนค่าน้ำมันเพิ่ม ก็จะช่วยลดภาระได้เพิ่มมากขึ้นสุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์







