ลำพูน - รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน แถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี ยึดยาบ้ากว่า 2 แสน 4 หมื่นเม็ด

วันนี้(28 พ.ค. 69) ณ ลานด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายโยธิน  ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 240,000 เม็ด
โดยมี พลตำรวจตรี บุณยวัต  เกิดกล้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย พันตำรวจเอก พชรพล วงศ์รจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน, พันตำรวจเอก ณัฐพล  จันมะโน ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน, พันตำรวจเอก ธราดล  เหมพัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโฮ่ง, พันตำรวจเอกหญิงหญิง นลินรัตน์  สังวรสิงห์ นักวิทยาศาสตร์(สบ 4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลำพูน, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ภาค 5 และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน(กอ.รมน. จังหวัด ล.พ.) ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการดังกล่าว

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ที่มุ่งยกระดับความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านความมั่นคงและอาชญากรรม โดยเน้นการบูรณาการข้อมูล การวางแผนเชิงรุก และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 2 คดี ดังนี้

คดีที่ 1 ขยายผลจับกุมเครือข่ายส่งยาบ้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จึงเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องสงสัยเป็นสาวประเภทสอง ทราบชื่อภายหลังคือ นายทิวา หรือ "อาร์ท" อายุ 39 ปี ชาวอำเภอเมืองลำพูน เคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2568

จากการตรวจสอบพัสดุ พบว่าระบุชื่อผู้ส่งคือ นายโยธิน หรือ "ต่อ" อายุ 34 ปี ราษฎรอำเภอเมืองลำพูน เป็นแฟนของนายอาร์ท โดยปลายทางของพัสดุอยู่ในจังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและพบยาบ้าจำนวน 88,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในต่อมา เจ้าหน้าที่ฯได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายอาร์ท ที่อาศัยอยู่ร่วมกับนายต่อ และพบยาบ้า(เมทแอมเฟตามีน)เพิ่มเติมอีกจำนวน 98,015 เม็ด รวมของกลางทั้งสิ้น 186,015 เม็ด ขณะที่นายต่อได้หลบหนีไปยังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมาจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงและส่งยาบ้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งพัสดุไปยังพื้นที่ภาคใต้แล้วจำนวน 4 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย"

คดีที่ 2 จับกุมเครือข่ายซุกซ่อนยาบ้าในพื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18 นาฬิกา 30 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาส่งมอบให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยใช้เส้นทางเปลี่ยวเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณทางหลวงหมายเลข 116 พื้นที่ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน และพบผู้ต้องสงสัยคือ นายวรวัฒน์ หรือ "เขม" อายุ 36 ปี ราษฎรอำเภอเมืองลำพูน ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายสามารถ หรือ "โอม" อายุ 32 ปี ชาวอำเภอบ้านโฮ่ง รับยาบ้ามาจากบุคคลชื่อ "อั๋น" เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนำไปฝังดินไว้ในสวนลำไยพื้นที่ตำบลเหมืองจี้ ก่อนจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านของนายโอม

จากการตรวจค้นเพิ่มเติม นายโอมให้การว่าได้นำยาบ้าดังกล่าว ไปซุกซ่อนไว้บริเวณคริสตจักรภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบยาบ้าจำนวน 23 มัด หรือประมาณ 46,000 เม็ด อยู่ในสภาพเปียกน้ำและเสียหาย คาดว่าถูกฝังดินเป็นเวลานาน ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่องทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายโอมเคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย”

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป..












 

ใหม่กว่า เก่ากว่า