เบื้องต้นตรวจสอบถุงดำทั้ง 6 ถุง พบว่า ภายในถุงมีศีรษะมนุษย์เพศหญิง ชิ้นส่วนลำตัวและอวัยวะส่วนต่างๆ ที่มีร่องรอยถูกของมีคม จึงประสานแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบ โดยพบว่าร่างผู้เสียชีวิตคือ น.ส.แรม อายุ 21 ปีเป็นคนสัญชาติลาวขณะที่พี่ชาย-พี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องสาวมาทำงานที่ไทยพร้อมกับนายต้อม ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มสัญชาติลาว มานาน 2-3 ปี ก่อนเกิดเหตุ น้องสาวโทรศัพท์มาหาเพื่อขอความช่วยเหลือและบอกว่าถูกแฟนทำร้ายร่างกายเป็นประจำ
แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อน้องสาวได้ จึงเดินทางไปอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นห้องพักของน้องสาวและนายต้อม เมื่อไปถึงห้องได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณและเห็นคราบเลือดตรงประตูห้องน้ำ เชื่อว่าน้องสาวอาจได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องตำรวจได้หลักฐานเป็นกล้องวงปิดของอาคารที่พัก พบว่า น.ส.แรมไม่ได้ออกจากห้องตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. ขณะเดียวกันกล้องจงวรปิดยังบันทึกภาพนายต้อม เดินเข้าออกจากห้องหลายครั้ง พร้อมถือถุงดำ จึงเชื่อแน่ว่าแฟนหนุ่มรายนี้เป็นฆาตกรฆ่าหั่นศพแฟนสาวอย่างแน่นอน จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายต้อมแฟนหนุ่ม ของนางสาวแรมได้ที่จังหวัดหนองคายขณะเตรียมตัวหลบหนีข้ามพรมแดนกลับบ้านเกิดที่ประเทศลาว ก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่สน. ทุ่งสองห้อง ตามที่เป็นข่าวอย่างต่อเนื่องมาแล้วนั้น
เมื่อเวลา 14.30 น วันที่ 26 พฤษภาคม 69 ที่วัดช่องลม ต.บางพูดอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี "ผอ.ฟ้า" ดร.พรทิพา สุพัฒนุกูล เจ้าของสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี , ประธานมูลนิธิผู้ให้ย่อมใจเป็นสุข ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนางสาวแรมในวันนี้โดยในช่วงเช้ามีพิธีตามหลักศาสนาก่อนถวายภัตตาหารเพลแก่ภิกษุสงฆ์ โดย ผอ.ฟ้า เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างในงานศพตั้งแต่เมื่อคืนที่มีผ่านมาซึ่งมีการสวดพระอภิธรรมเพียง 1 คืน จนกระทั่งถึงพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้ต่อมาทาง นายภาณุพงษ์ บรรดาศักดิ์ตัวแทนของ นายวิชัยบรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ขึ้นทอดผ้าบังสกุล โดยมี ผอ.ฟ้า ดร.พรทิภา เป็นประธานทอดผ้าบังสกุลในวันนี้ จากนั้นเพื่อนๆของน้องแรมผู้เสียชีวิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชาว สปปล. ต่างทยอยเดิน ขึ้นศาลาวาง ดอกไม้จันทน์ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยมีการเปิดโลงศพ ให้ดูพบว่า ร่างของน้องแรมซึ่งถูกหั่นเป็นชิ้นๆถูกแพ็คอยู่ในถุงพลาสติกซีนไว้อย่างดี
น.ส.นุ่มนิ่ม,น้องเนย อายุ 20 ปี ร่วมกันเปิดเผยว่า อยากให้กฎหมายไทยลงโทษ ด้วยการตัดแขนตัดขา นายต้อมแฟนหนุ่มน้องแรมที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้พวกตนจะดีใจมากเลย ตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนรักเที่ยวด้วยกันทุกครั้ง คิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะกล้าลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ (ร้องไห้) ทั้งคู่
ขณะที่นายเดชนางสาวน้อย พี่ชายและพี่สาว ร่วมกันกล่าวว่า อยากให้กฎหมายลงโทษประหารชีวิตนายต้อม ให้ตายตกตามน้องสาวไป น้องสาวเป็นคนที่รักครอบครัวทำงานเก็บเงินได้เท่าไหร่ก็จะส่งเงินกลับไปปลูกบ้านที่ สปปล. ตอนนี้ความฝันก็คงหยุดๆแค่นี้แต่ตนกับพี่ชายจะพยายามสร้างบ้านให้พ่อแม่ แต่ไม่รู้ว่าจะมีกำลังแค่ไหน ตอนนี้ก็มีเพียงแค่หลังคากับเสาบ้าน เพราะปกติธรรมดาครอบครัวก็ฐานะยากจนอยู่แล้ว พวกเรามาทำงานที่ประเทศไทยก็ได้แค่พอมีพอกินพอใช้ (ร้องไห้สะอึกสะอื้น)ขณะที่ ผอ.ฟ้า ได้สอบถามเรื่องราวและทราบความจริงแล้ว ก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงได้มอบเงินในวันนี้เบื้องต้นจำนวน 40,000 บาท โดยทราบว่าหาก ปลูกบ้านให้พ่อแม่ที่สปปล.เสร็จ ต้องใช้เงินทั้งสิ้น 70 ล้านกีบหรือเป็นเงินไทย 100,000 บาท ทาง ผอ.ฟ้าเอง จึงได้พูดปลอบใจพร้อมทั้งรับปากว่าจะมอบทุนสนับสนุนอีกจำนวน 60,000 บาทรวมเป็น 100,000 บาทเพื่อสานฝันต่อให้กับ น้องแรม ผู้เสียชีวิต เพื่อให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดีไม่ต้องมีห่วงให้คอยพะวง ทำให้นายเดชกับนางสาวน้อยถึงกับ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ยกมือไหว้ขอบคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ และหากสร้างบ้านเสร็จเมื่อไหร่วันไหน ก็จะเรียนเชิญให้ผอ.ฟ้า ไปเที่ยวและชมบ้านที่มอบให้ในวันนั้นด้วย


















