ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ.2568 จากการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดของ กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกับ บก.ข่าวกรองยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร ศูนย์สงครามพิเศษ และสำนักงานปราบยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA.) สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยระดับสั่งการได้ข้ามไปอยู่ทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทั้งฝั่งพม่าและลาว จะสั่งการนักบินวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคอีสานเข้ามามายังพื้นที่ชั้นใน ซึ่งสามารถติดตามจับกุมกลุ่มเครือข่าย รวม 9 คดี ยึดยาบ้ากว่า 15.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 2,300 กิโลกรัม คีตามีนกว่า 500 กิโลกรัม นั้น
จนเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 ,บก.ขส. และหน่วยข่าวกรองทหาร ได้เฝ้าติดตามและเฝ้าระวังการขนส่งยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนต่อเนื่องช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 เมษายน 2569 พบมีการเคลื่อนไหวของรถยนต์ตู้ทะเบียนตามที่สืบทราบใช้เป็นรถนำทาง ออกจากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เคลื่อนไหวไปขับนำรถขนยาเสพติด (ไอซ์) เป็นรถยนต์กระบะตู้ทึบ ออกจากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยขับตามกันมา เพื่อจะไปส่งขึ้นเรือเฟอร์รี่ พื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ มีเป้าหมายที่จะใช้รถที่ซุกซ่อนยาเสพติด ขับขึ้นเรือเฟอร์รี่มุ่งหน้าสู่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามจนสามารถสกัดจับกุมผู้ต้องหา 2 คน รถยนต์กระตู้ทึบ ซุกซ่อนยาเสพติด(ไอซ์) จำนวนประมาณ 47 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) ได้ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ราษฎร์บูรณะ ห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่ ประมาณ 1 กม. และได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 คนพร้อมรถตู้นำทางได้ที่ ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ
จ.สมุทรปราการ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ของกลาง ไอซ์ 2,000 กิโลกรัม และยึดรถยนต์ของกลาง 2 คัน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า"จากการจับกุมขยายผลเครือข่ายครั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นการลำเลียงตามเส้นทางต่างๆ ในประเทศ ทำให้ขบวนการขนยาต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการขนส่งยาเสพติดเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามและสกัดกั้น จากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคง โดยการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในรถ แล้วส่งรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ เพื่อต้องการไปแพร่กระจายในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวภาคใต้"




