วันที่ 16 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนวัช อมรรัตนธำรง ปลัดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง พร้อมด้วย นายสิทธิพร อุตสาหะ ปลัดอาวุโสอำเภอแกลง นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง (หน่วยเคลื่อนที่เร็ว) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ที่ รย.1 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกแผ้วถางป่า บริเวณพื้นที่ภูเขา บ้านเต้าปูนหาย หมู่ 4 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง
เมื่อไปถึงพบพื้นที่ลักษณะเป็นเนินเขาสูง ถูกใช้เครื่องจักรปรับสภาพเป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่ ปลูกต้นทุเรียนเรียงรายเต็มพื้นที่ พร้อมติดตั้งระบบท่อน้ำอย่างเป็นระบบ บ่งชี้ชัดเจนถึงการพัฒนาเป็นสวนเกษตรเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว 1 หลัง และสระน้ำปูพลาสติกอีก 1 สระ ภายในพื้นที่ดังกล่าว
ระหว่างเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบผู้แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ จึงขอทำการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ปรากฏว่าไม่สามารถนำเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมายมาแสดงได้ มีเพียงเอกสาร ภบท.5 เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
จากการตรวจสอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “พื้นที่ป่า” ตามมาตรา 4(1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 การกระทำจึงเข้าข่ายความผิดฐานแผ้วถางป่า และยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามมาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ครอบครองพื้นที่ แจ้งข้อกล่าวหา และจัดทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอแกลง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายอนวัช เปิดเผยว่า จากนี้จะเร่งขยายผลตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ หากพบการบุกรุกในลักษณะเดียวกัน จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกกรณี เพื่อยับยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และปกป้องผืนป่าของประเทศไม่ให้ถูกลักลอบใช้ประโยชน์โดยมิชอบอีกต่อไป
เมื่อไปถึงพบพื้นที่ลักษณะเป็นเนินเขาสูง ถูกใช้เครื่องจักรปรับสภาพเป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่ ปลูกต้นทุเรียนเรียงรายเต็มพื้นที่ พร้อมติดตั้งระบบท่อน้ำอย่างเป็นระบบ บ่งชี้ชัดเจนถึงการพัฒนาเป็นสวนเกษตรเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว 1 หลัง และสระน้ำปูพลาสติกอีก 1 สระ ภายในพื้นที่ดังกล่าว
ระหว่างเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบผู้แสดงตัวเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ จึงขอทำการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ปรากฏว่าไม่สามารถนำเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมายมาแสดงได้ มีเพียงเอกสาร ภบท.5 เท่านั้น ซึ่งไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
จากการตรวจสอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “พื้นที่ป่า” ตามมาตรา 4(1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 การกระทำจึงเข้าข่ายความผิดฐานแผ้วถางป่า และยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามมาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี อีกทั้งยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ครอบครองพื้นที่ แจ้งข้อกล่าวหา และจัดทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอแกลง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายอนวัช เปิดเผยว่า จากนี้จะเร่งขยายผลตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ หากพบการบุกรุกในลักษณะเดียวกัน จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกกรณี เพื่อยับยั้งการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และปกป้องผืนป่าของประเทศไม่ให้ถูกลักลอบใช้ประโยชน์โดยมิชอบอีกต่อไป








