บุรีรัมย์ชาวนาสุดระทมปุ๋ย น้ำมันแพงเป็นประวัติการณ์ ต้นทุนทำนาพุ่งเกือบเท่าตัว วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา ชาวนาที่บุรีรัมย์ เดือดร้อนหนักทั้งปุ๋ย และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนทำนาเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะปุ๋ย น้ำมันเป็นปัจจัยหลักในการทำนา วอนรัฐบาลเร่งหามาตรการลดผลกระทบ

 ( 31 มี.ค.69)  ชาวนาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนการทำนาพุ่งสูงอย่างหนัก  จากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลาเพียงเดือนเดียวเพิ่มขึ้นมากกว่าลิตรละ 10 บาท ขณะที่ราคาปุ๋ยเคมีทุกสูตรทุกยี่ห้อก็ปรับราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ บางยี่ห้อแตะกระสอบละ 1,100 บาท สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ต้นทุนการทำนาในฤดูกาลนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างหนัก  หลายรายยอมรับว่ารู้ทั้งรู้ว่ามีโอกาสขาดทุน  แต่ยังจำเป็นต้องทำนาต่อไป  เนื่องจากไม่มีอาชีพอื่นรองรับ  และยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ อย่างน้อยยังมีข้าวเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน

นอกจากนี้พื้นที่นาส่วนใหญ่ของจังหวัดบุรีรัมย์   เป็นนาดอนที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้มีข้อจำกัดในการเพาะปลูก  หากต้องการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ก็ยังติดปัญหาทั้งเรื่องแหล่งน้ำ ความรู้ในการเพาะปลูก รวมถึงตลาดรองรับผลผลิต

ชาวนาหลายรายสะท้อนตรงกันว่า สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือ “ยอมรับสภาพ” และรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเรียกร้องให้เร่งหามาตรการควบคุมราคาปุ๋ยและน้ำมัน  รวมถึงช่วยพยุงราคาข้าวเปลือกไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในภาวะต้นทุนที่พุ่งสูงเช่นนี้

 นายทา   ชะดารัมย์  อายุ 65 ปี  ชาวนาบ้านตาดตรวน ต.ชุมเห็ด  อ.เมืองบุรีรัมย์   ยอมรับว่า  หลังจากน้ำมันปรับขึ้นราคา  และปุ๋ยเคมีก็ปรับขึ้นเช่นกัน    ก็ส่งผลกระทบกับชาวนาอย่างแน่นอน    ทำให้ต้องแบกรับภาระต้นทุนในการทำนาเพิ่มสูงขึ้น   ทั้งยังต้องเสียค่าเช่านาอีกไร่ละ 1,200 บาทต่อปีด้วย   ทั้งนี้ครอบครัวยังมีภาระหนี้สินจากการผ่อนรถไถนาอีกด้วย    ก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาด้วยเพราะต้องรับภาระทั้งปุ๋ยและน้ำมันที่แพงขึ้น    และอยากให้ดูแลเรื่องราคาผลผลิตด้วย ไม่ควรจะต่ำกว่าตันละ 15,000 บาท   จึงจะอยู่รอด


        สุรชัย    พิรักษา / บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า