เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่วัดวังเย็น ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการจัดโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ (MOU) โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเข้มข้น มีผู้บริหารและหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม อาทิ พ.ต.อ.ชัยพร ทองนาเพียง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา, พญ.ทิพวรรณ ไชยประการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแปลงยาว, นายอภิวัฒน์ สาลีวัน ปลัดอาวุโสอำเภอแปลงยาว, นายอาจณรงค์ นิลรัตน์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแปลงยาวมผู้ใหญ่ล้ำ โฉมสะอาด กำนันตำบลวังเย็น พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลิกเสพและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างจริงจัง สะท้อนถึงความสำเร็จในระดับหนึ่งของการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า โครงการครั้งนี้ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ สามารถลดปัญหาผู้เสพ ผู้ค้า และผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่การสร้าง “ชุมชนปลอดยาเสพติด” อย่างยั่งยืนต่อไป
…..สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและเข้มข้น มีผู้บริหารและหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม อาทิ พ.ต.อ.ชัยพร ทองนาเพียง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา, พญ.ทิพวรรณ ไชยประการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแปลงยาว, นายอภิวัฒน์ สาลีวัน ปลัดอาวุโสอำเภอแปลงยาว, นายอาจณรงค์ นิลรัตน์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแปลงยาวมผู้ใหญ่ล้ำ โฉมสะอาด กำนันตำบลวังเย็น พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยมี พ.ต.อ.ปรีชา นิสัยสม ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรแปลงยาว ให้การต้อนรับและเป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนโครงการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ให้สามารถเลิกพฤติกรรมเสพ กลับตัวเป็นคนดี และนำศักยภาพกลับมาทำประโยชน์ต่อสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวนทั้งสิ้น 32 ราย
ภายในงาน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด ทั้งการซักประวัติ การประเมินพฤติกรรม และการสุ่มตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำแก่ผู้เสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลดโอกาสกลับไปเสพซ้ำทั้งนี้ จากการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มีแนวโน้มเลิกเสพและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างจริงจัง สะท้อนถึงความสำเร็จในระดับหนึ่งของการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า โครงการครั้งนี้ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ สามารถลดปัญหาผู้เสพ ผู้ค้า และผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่การสร้าง “ชุมชนปลอดยาเสพติด” อย่างยั่งยืนต่อไป
…..สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา









