บุรีรัมย์แม่ค้าไส้กรอกโร่ร้องทนายช่วยถูกเมียนายทหารหลอกยืมเงินกว่า 8 แสนก่อนปิดเฟสหนี แม่ค้าไส้กรอกสุดช้ำ หอบหลักฐานโร่ร้องทนายดังที่บุรีรัมย์ หลังถูกสาวแสบอ้างเป็นภรรยาอดีตผู้ว่าฯ ปัจจุบันเป็นเมียนายทหาร ทำทีตีสนิทจะช่วยขายบ้านให้ ก่อนสร้างเรื่องหลอกยืมเงินอ้างไปหมุนทำธุรกิจออแกไนท์ ทวงถามมาตลอด 2 ปีแต่บ่ายเบี่ยง สุดท้ายปิดเฟสหนี ทนายจ่อฟ้องฐานฉ้อโกง

 (20 เม.ย.69)  นางณัฐอัญชสา   หรือพัช  อายุ 52 ปี   แม่ค้าขายไส้กรอกซึ่งเป็นชาว จ.นครสวรรค์  แต่มาเช่าบ้านอยู่ที่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์  จ.บุรีรัมย์  เพื่อค้าขาย   ได้หอบเอกสารหลักฐานข้อความสนทนา และสลิปการโอนเงิน  มาร้องขอความช่วยเหลือกับนายวีรยุทธ    ศิริเรืองประภา  ทนายความอำเภอกระสัง  จังหวัดบุรีรัมย์   หลังจากถูก น.ส.เพชร   หรือคุณนายเพชร  ที่อ้างตัวว่าเป็นภรรยาอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดที่เสียชีวิตไปแล้ว  และปัจจุบันเป็นภรรยาของนายทหารคนหนึ่ง   ทำธุรกิจออแกไนท์รับจัดงาน  มีหุ้นบริษัทบ้านจัดสรร  และทำผ้าไหมส่งออก   มาทำทีตีสนิทหลอกว่าจะช่วยขายบ้านที่ จ.นครสวรรค์ให้ 
โดยอ้างว่าจะเอาเข้าบริษัทบ้านจัดสรรที่มีหุ้นอยู่    ก่อนจะสร้างเรื่องหลอกยืมเงิน  อ้างนำไปหมุนจัดงานออแกไนท์ และใช้จ่ายส่วนตัว  สะสมมาเรื่อยตั้งแต่ปี 2566  รวมเป็นเงินกว่า 8 แสนบาท   พยายามทวงตามตลอด   แต่คุณนายเพชร   กลับบ่ายเบี่ยงอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด    แต่ก็พยายามทวงมาตลอดเพราะเดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงินเป็นทุนค้าขาย   แต่สุดท้ายคุณนายเพชร   กลับบล็อกเฟสและการติดต่อทุกช่องทางหนีหาย    จึงได้นำเอกสารหลักฐานมาร้องเรียนทนายความให้ช่วยเหลือ   ฟ้องร้องเรียกเงินคืนและแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย   เพราะเชื่อว่ามีเจตนาสร้างเรื่องให้หลงเชื่อก่อนจะหลอกยืมเงิน  โดยที่ไม่สนว่าผู้ร้องซึ่งมีอาชีพค้าขายจะเดือดร้อน

 นางณัฐอัญชสา   เล่าว่า   รู้จักกับ น.ส.เพชร  หรือในกลุ่มจะเรียกว่าคุณนายเพชร   ทางเฟส  ก่อนจะมาตีสนิทหลอกว่าจะช่วยขายบ้านให้   เพราะตอนนั้นตนจะแยกทางกับสามี  จึงอยากขายบ้านที่นครสวรรค์  คุณนายเพชร  ก็อาสาว่าจะเอาบ้านเข้าบริษัทบ้านจัดสรรที่มีหุ้นอยู่ให้   พอตนหลงเชื่อตามที่เขาบอกว่าจะช่วยขายบ้านให้   ก็มาหลอกล่อขอยืมเงินอ้างจะเอาไปหมุนจัดออแกไนท์เพราะขาดสภาพคล่อง   ก็หลอกยืมสะสมมาเรื่อยครั้งละหลักพัน ถึงหลักแสนบาท  ตั้งแต่ปี 2566  รวมเป็นเงินกว่า 8 แสนบาท  พอตนจำเป็นต้องใช้เงินก็ทวงถาม   แต่เขาก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืน   แต่ก็พยายามทวงเรื่อยๆ เพราะเดือดร้อนจำเป็นต้องนำเงินไปเป็นทุนค้าขาย  ก็พยายามส่งข้อความไปทวงอีกทวงจนเหมือนตัวเองเป็นขอทาน ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกหลอกยืมเงิน    จนสุดท้ายเขาบล็อกทุกช่องทางไม่ให้ติดต่อ  จึงได้นำหลักฐานมาร้องทนายวีรยุทธ   ให้ช่วยเหลือฟ้องร้องเอาเงินคืนและดำเนินคดีกับคุณนายเพชร  เพราะเชื่อว่ามีเจตนามาหลอกตั้งแต่แรก    และเชื่อว่าเขาน่าจะลักษณะกับอีกหลายคน แต่พอรู้ว่าเขาเป็นเมียนายทหารจึงไม่มีใครกล้า  

 ด้านทนายวีรยุทธ   บอกว่า    จากที่ฟังเรื่องราวจากผู้เสียหายเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีเจตนาหลอกตั้งแต่แรก   โดยอ้างว่าตัวเองเป็นเมียอดีตผู้ว่าราชจังหวัดที่เสียชีวิตไปแล้ว  และปัจจุบันมีสามีเป็นนายทหาร    ทั้งยังสร้างเรื่องว่าทำธุรกิจหลายอย่างเพื่อสร้างโปรไฟล์ให้เหยื่อหลงเชื่อ   ก่อนจะออกอุบายหลอกยืนเงิน  พอไปทวงคืนก็บ่ายเบี่ยงอ้างสารพัด   และด้วยความที่บอกว่าสามีเป็นนายทหาร  ยิ่งทำให้ผู้เสียหายกลัวเรื่องอิทธิพลและความปลอดภัย  จึงได้นำเอกสารหลักฐานมาร้องให้ตนเองช่วยเหลือ   ซึ่งหลังจากนี้ก็จะได้รวบรวมหลักฐานและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ   เพื่อติดตามเงินคืนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   

               สุรชัย    พิรักษา/ บุรีรัมย์

ใหม่กว่า เก่ากว่า