กาญจนบุรี – วันไหลสงกรานต์ ในงานสงกรานต์มอญสังขละบุรี 2569 ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม “สรงน้ำพระผ่านรางไม้ไผ่” คึกคักไม่หวั่นแม้ราคาน้ำมันจะแพงเกือบ 50 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านวังกะ แต่งชุดพื้นเมืองสีสันสวยงาม เทินน้ำหอมน้ำปรุง เดินทางมายังบริเวณลานหน้าเจดีย์พุทธคยา วัดวังก์การาม(วัดหลวงพ่ออุตตมะ) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมสรงน้ำพระ ในประเพณีสงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านวังกะ ส่งผลให้บริเวณพื้นที่จัดงานเต็มไปด้วย ประชาชน และนักท่องเที่ยง ที่เดินทางมาด้วยแรงศรัทธา 

โดยมีพระมหาสุชาติ สิริปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม และเจ้าคณะอำเภอสังขละบุรีนำคณะพระสงฆ์ประกอบพิธีตามประเพณี

 พิธีในวันนี้เริ่มด้วยนายปกรณ์ น้อยเกตุ นายกเทศมนตรีตำบลวังกะ นำพระพุทธรูปทองคำ มาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้สรงน้ำผ่านรางไม้ไผ่ที่ได้จัดสร้างไว้  ต่อจากนั้น พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก. สภ.สังขละบุรี ได้นำรูปเหมือนพระราชอุดมมงคล(หลวงพ่ออุตตมะ) มาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ทรงน้ำ  ซึ่งเป็นประเพณีปฎิบัติที่ได้ทำสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ในเวลาต่อมา พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม พร้อมคณะสงฆ์ กว่า 20 รูป ได้เดินลงมาจากเจดีย์พุทธคยา เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำ ชาวบ้านที่เป็นผู้ชายต่างพากันมานอนเรียงตัวกันในน้ำเพื่อให้พระสงฆ์เหยียบไปยังบริเวณซุ้มอาบน้ำที่ได้สร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่และทางมะพร้าว  โดยความเชื่อถือว่าเป็นการสร้างกุศลและเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต
โดยไฮไลต์ของงานอยู่ที่การนำไม้ไผ่ที่ทำการผ่า ก่อนจะมาวางต่อเป็นรางยาว เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เทน้ำขมิ้นส้มป่อย ที่เตรียมมา  โดยน้ำที่เทจะไหลลงไปยังจุดซุ้มอาบน้ำที่มีการประดับ ตกแต่งอย่างสวยงาม นับได้ว่าเป็นการสรงน้ำพระที่ Unseen อันเป็นเอกลักษณ์ ที่พบเห็นได้ที่นี่เท่านั้น
 ประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรียังมีบทบาทสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้กับชุมชนในด้านที่พัก อาหาร และสินค้าท้องถิ่น แม้ปีนี้นักท่องเที่ยวจะไม่มากเหมือนปีที่ผ่านมา  เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น  แต่สงกรานต์ชาวไทยเชื้อสายมอญบ้านวังกะในปีนี้ก็ยังจัดได้ยิ่งใหญ่เหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา
สำหรับในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี บริเวณถนนแสงชูโต ตั่งแต่แยกแก่งเสี้ยน ไปจนถึงแยกไฟแดงศาลหลักเมือง ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ประชาชนนำรถกระบะใส่ถังขนาดใหญ่ 200 ลิตร ใส่น้ำออกตระเวนขับไปตามถนนสายนี้เล่นสาดน้ำใส่กันตลอด 2 ฝั่ง ทางเข้าออก รวมถึงบริเวณริมถนนทั้ง 2 ฝั่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ตั้งร้านจำหน่ายอาหาร แป้งดินสดพอง น้ำแข็ง รวมถึงวัสดุที่ใส่น้ำเล่นสงกรานต์ จนถนนสายนี้เป็นอัมพาต รถจะเล่นไปได้อย่างช้ามากๆ ซึ่งในปีนี้ราคาน้ำมันที่ราคาลิตรละเกือบ 50 บาท แต่ไม่ได้ทำให้บรรดาการเล่นน้ำสงกรานต์ลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย และการเล่นสาดน้ำบริเวณเขตเทศบาลเมืองกาญจน์ จะยุติในช่วงประมาณ 23.00 น.
 ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

ใหม่กว่า เก่ากว่า