โดยมีพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาค 2 เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ ได้มีนายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พลเอก พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (สนามมวยลุมพีนี) , พลตรี ชัยภัทร เงินดีเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 , นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอบ้านกรวด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย
โดยวัตถุประสงค์ในการจัดคอนเสิร์ต หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย ครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างพลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพุชา ได้รู้สึกผ่อนคลาย หลังเผชิญความตึงเครียด และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบระห่างไทยกับกัมพูชา มาตลอดหลายเดือน ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพได้เป็นปกติ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ชุมชนอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมคอนเสริ์ตที่จัดขึ้นได้เปิดให้ชมฟรีตลอดงาน ทั้งยังเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในพื้นที่นำสินค้า อาหารมาจำหน่ายภายในงานด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ถึงแม้ช่วงนี้เหตุการณ์จะสงบลง แต่ทหารก็ยังคงทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยพี่น้องของประชาชนอยู่ในพื้นที่ตลอด
โดยบรรยากาศภายในงานก็มีประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน รวมทั้งกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดน ก็ได้เดินทางมาชมคอนเสิร์ตนับหมื่นคน ก็เป็นไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน ทั้งนี้แม่ทัพภาค 2 พร้อมคณะฯ ยังได้เดินพบปะให้กำลังใจประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และกำลังพลที่มาชมคอนเสิร์ตอย่างเป็นกันเองด้วย
โดยทางกองทัพภาค 2 ร่วมกับภาครัฐและเอกชน กำหนดเป้าหมายจัดคอนเสิร์ต สาวน้อย เพชรบ้านแพง “หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย” ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานที่ติดแนวชายแดน ครั้งแรก
จัดที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลตลาดนิคมปราสาท อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งที่ 2 วันที่ 26 เม.ย. 69 ณ อบต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 3 วันที่ 13 พ.ค. 69 ณ อบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 4 วันที่ 18 พ.ค. 69 ณ ลานที่ว่าการอำเภอน้ำยืน อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
จากการสอบถามนายกังวาน กิ่งไทร ชาวอำเภอละหานทราย บอกว่า ช่วงที่มีการสู้รบกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา ต้องอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้เป็นปกติ แม้ช่วงนี้เหตุการณ์จะสงบลงแต่หลายคนก็ยังรู้สึกกังวลไม่อยากให้มีการสู้รบกันอีก เพราะส่งผลกระทบหลายอย่าง ส่วนที่ทางกองทัพจัดคอนเสิร์ตให้ชมฟรีตลอดงาน ถือเป็นกิจกรรมที่ดีเพราะจะได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนและกำลังพลตามแนวชายแดน ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นอีกด้วย ก็อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ต่อเนื่องสุรชัย พิรักษา / บุรีรัมย์



















