“ราชทัณฑ์ แจงกรณีผู้ต้องขังถูกควบคุมตัวในเรือนจำกลางคลองเปรมขอออกไปรับการรักษาตัวยังเรือนจำภายนอก”

  ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี มีอาการป่วยหนักในเรือนจำ  

                      กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า นายเอกชัยฯ เคยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กำหนดโทษ 7 เดือน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 พ้นโทษจำคุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567  

                         ในช่วงที่ถูกคุมขังดังกล่าว มีประวัติป่วยด้วยโรคฝีในตับ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 จึงได้เข้ารับการรักษา  

ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์เฉพาะทางเดินอาหาร 

และตับ จนกระทั่งแพทย์เห็นว่า ขนาดฝีลดลงจนเหลือแต่ร่องรอยแผลในตับ ผลเป็นที่น่าพอใจแพทย์ให้หยุดยาปฏิชีวนะได้ ต่อมาเดือนธันวาคม 2566 แพทย์นัดและติดตามอาการ ระหว่างนั้น มีการนัดตรวจต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถีในช่วงเดือนมีนาคม 2567 ต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจำคุก  

จนกระทั่ง วันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายเอกชัยฯ กลับเข้าคุมขังอีกครั้งที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และย้ายไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยช่วงที่รับตัวแรกรับเข้าคุมขังเรือนจำมีการตรวจร่างกายพบว่า สัญญาณชีพ และอาการทั่วไปปกติ ได้มีการซักถามประวัติการเจ็บป่วยในอดีตพบว่า นายเอกชัยฯ เคยป่วยเป็นโรคฝีในตับเคยมีนัดติดตามอาการของโรงพยาบาลราชวิถีในวันที่ 27 ธันวาคม 2566 และมีการนัดต่อเนื่องอีกครั้งวันที่ 27 มีนาคม  

2567 ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่องของนายเอกชัยฯ ระหว่างที่อยู่ 

ภายนอกเรือนจำ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ ได้รับการ 

รักษาอย่างต่อเนื่องเข้าถึงการรักษาพยาบาล จึงได้ประสานให้แพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้าตรวจรักษาหากเกินกว่าการรักษาจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลราชวิถีตามที่เคยมีประวัติการรักษาข้างต้น 

                    ปัจจุบันอาการของ นายเอกชัยฯ มีภาวะปวดท้อง ยังช่วยเหลือตนเองได้ และทำกิจกรรมได้ตามปกติ ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรม ได้จัดยาตามที่แพทย์สั่งจนถึงวันที่นัดพบแพทย์เรียบร้อยแล้ว  

                     อนึ่งกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่กระบวนการรับตัว กระบวนการปฏิบัติตัวในเรือนจำ จนกระทั่งกระบวนการปล่อยตัว โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง (SOPs) เพื่อให้สามารถควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีอย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป

 

ใหม่กว่า เก่ากว่า