ผวจ.เปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และแนวโน้มผลกระทบด้านพลังงานและราคาสินค้า กำชับทุกหน่วยงานคุมเข้มการจำหน่ายน้ำมัน - สินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน รถน้ำมันมาส่งเป็นหมื่นลิตรแค่ชั่วโมงเดียวหมดเกลี้ยง ปั้มต้องติดป้ายบอกดีเซลหมดเช่นเดิมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์และแนวโน้มผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อำเภอทั้ง 13 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฯ เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชนในวงกว้างในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยมีอำนาจหน้าที่หลักในการเฝ้าระวังการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าในพื้นที่ให้เป็นไปตามภาวะปกติ พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์พลังงานในทุกมิติ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและป้องกันการกักตุนสินค้านอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการรายงานสถานการณ์และข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขผลกระทบครอบคลุม 8 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคพลังงาน ภาคธุรกิจและสินค้าในพื้นที่ ภาคโรงงานอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยว ภาคการขนส่ง ภาคส่วนราชการและท้องถิ่น และภาคส่วนอื่นๆ โดยกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ อาทิ สำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์และแนวโน้มผลกระทบอันเนื่องมาจากสถานการณ์พลังงานฯ ได้เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยยืนยันว่าปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม (LPG) และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพภายในจังหวัดยังมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่พบสภาวะขาดแคลนหรือการกักตุนสินค้าในพื้นที่ แม้สภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกจะมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ จังหวัดได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกโดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการและจุดจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับดูแลการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเกินสมควรจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น และเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์บานปลาย เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรี อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นความไม่เป็นธรรมในการจำหน่ายสินค้าและบริการ หรือการปฏิเสธการให้บริการโดยไม่มีเหตุอันควร สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมงผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการไปติดตามปั้มทุกแบรนด์ดังในเขตจังหวัดกาญจนบุรี หลายพื้นที่พบว่ามีตอดป้ายแจ้งกับผู้ไปใช้บริการว่า ดีเซลหมด สอบถามปั้มแจ้งว่ารถขนส่งน้ำมันมาลงเป็นหมื่นลิตร แค่เพียงชั่วโมงเศษ ลูกค้าก็เติมจนหมดไม่เพียงพอต่อความต้องการกับลูกค้า โดยเฉพาะรถบรรทุกสิบล้อ ได้บรรทุกรถไถ่ทางการเกษตรเพื่อไปรอเติมกันหลายชั่วโมง หลังรับแจ้งว่าทางปั้มจะมีรถมาส่งน้ำมัน โดยรถสิบล้อที่บรรทุกรถไถ่ทางการเกษตรไปเติม แจ้งว่าอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ปกติเคยใช้ถังขนาดใหญ่ไปเติมแล้วนำกลับไปเติมใส่ที่บ้าน แต่ปัจจุบันนี้ไม่สามารถนำถังขนาด เกิน 100 ลิตร ไปเติมได้จึงต้องบรรทุกมาเติมที่ปั้มแทน ทำให้ลำบากรวมถึงสิ้นเปลืองมากกว่าเดิมจากการใช้รถบรรทุกสิบล้อ เพื่อบรรทุกรถไถ่ทางการเกษตรไปเติม บางครั้งต้องรถข้ามวันเพราะปั้มไม่มีเชื้อเพลิงมาส่ง./////ภาพข่าว//ข่าวภูมิภาค- ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี/////ภาพข่าว//ข่าวภูมิภาค- ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี




