วันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 01.45 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่ง "เปิดปฏิบัติการเชียงรายฟ้าใส" สนองนโยบาย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการปราบปรามการค้ามนุษย์สืบเนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสว่าในพื้นที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย มีร้านคาราโอเกะ เปิดให้บริการโดยสร้างความเดือดร้อนรำคาญและเปิดเพลงส่งเสียงดัง ซึ่งเปิดให้บริการจนถึงตี 5 ชื่อร้านคาราโอเกะเอื้องเหนือ และมีการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการปรนนิบัติลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวน พบว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว มีพฤติการณ์ ตามที่มีการร้องเรียนจริงโดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ต่อเนื่องวันที่ 20 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พลตำรวจตรี มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายสุทัศน์ ลิ้มวณิชย์กุล นายอำเภอแม่ลาว นายวินัย เก่งสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผกก.สสฯ ,พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีโท รอง ผกก.สสฯ และ พ.ต.อ. สุรกานต์ มุดซาเคน ผกก.สภ.แม่ลาว สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดย นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย และผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย นายรณรงค์ พงษ์สวัสดิ์ ผู้บังคับกองร้อยกองอาสารักษาดินแดนกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ที่ทำการปกครองอำเภอแม่ลาว โดยนายภัคพงษ์ ภูเวียงจันทร์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่ลาว สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่ลาวที่ 19 สภ.แม่ลาว โดย พ.ต.ท. ปริวัฒน์ เทศสิงห์ รอง ผกก.(ป.) ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย นายสืบศักดิ์ อิสสระ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ ,นายสุรกิจ ยศอ้าย จนท. กก.สส.ภ.จว.เชียงราย โดย พ.ต.ท.พันธุ์ระวี วงศ์ชัย สว.กก.สส.ฯ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.เชียงราย โดย ร.ต.อ.พิทักษ์พงศ์ หมั่นงาน วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 23.00 น เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับเข้าทำการพิสูจน์ความผิด ร้านคาราโอเกะเอื้องเหนือ ซึ่งจากการเข้าตรวจ สอบของสายลับ เพราะมีหญิง คอยให้บริการจำนวน 13 คน และมีลูกค้า ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมากวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 01.45 น ชุดสายลับได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าทำการตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกลุ่มเข้าทำการตรวจสอบร้านคาราโอเกะเอื้องเหนือ ตั้งอยู่เลขที่ 155/2 หมู่ที่ 3 ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว พบเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง มีโต๊ะให้บริการอยู่บริเวณด้านหน้าร้าน อยู่จำนวนหนึ่งและภายในร้านมีห้องคาราโอเกะ VIP จำนวน 4 ห้อง และมีโต๊ะนั่งรวมอยู่ ประมาณ 5 โต๊ะ และพบมีพนักงานหญิงบริการจำนวน 13 คน และมีลูกค้าใช้บริการ อยู่จำนวน 3 โต๊ะ ในบริเวณด้านนอกร้าน ส่วนภายใน ร้านพบว่ามีห้องคาราโอเกะ VIP อยู่จำนวน 4 ห้อง โดยมีลูกค้าใช้บริการอยู่ ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว เข้าตรวจสอบ โดยมี ผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน จำนวน 1 คนซึ่ง ภายในร้านพบสถานประกอบการ เปิดให้บริการในลักษณะเป็นสถานบริการ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ 2509 มาตรา 3 (4) (ก) (ข) โดยจากการตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตตั้งสถานบริการ และจากการตรวจสอบหญิงบริการภายในร้านทั้ง 13 คนพบเป็นบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 7 คน บุคคลสัญชาติลาวจำนวน 5 คน และบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน 1 คน และจากการตรวจสอบ พบว่ามีบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 คนโดยมีอายุ 16 และ 17 ปี ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย และได้ทำการสอบถามเจ้าของร้าน พบว่า หญิงบริการทั้งหมด ได้มีการจ้างงานเป็นรายเดือนเดือนละ 3,000 บาทโดยหญิงบริการจะได้ เงินจากค่า นั่งปฏิบัติลูกค้าเป็นรายชั่วโมงชั่วโมงละ 100 บาทโดยหญิงบริการจะได้ 60 บาทร้านจะหักไว้ 40 บาทเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าของร้าน ดังนี้ 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 4 ประกอบ มาตรา 3 (4) (ก)(ข) และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 2.ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (3) อันเป็นความผิดตามมาตรา 78 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 3.เป็นนายจ้างที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นลูกจ้าง โดยไม่แจ้งการจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน ตามมาตรา 45 (1) ประกอบมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 (ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท) 4.เป็นนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 - 06.00 นาฬิกา โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 47 ประกอบมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ต้องระวงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) 5.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัน หรือเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตามมาตรา 28 ประกอบกับ มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำพนักงานหญิงบริการ ส่งทีมสหวิชาชีพเพื่อทำการสัมภาษณ์ คัดแยกผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ ต่อไป








