นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 ชาวบ้านร้องผ่านสือหลังพายุถล่มหลังคาบ้านของชาวบ้านปลิวมาเสียบค้างบนหลังคาเกรงจะเกิดอันตราย ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เลขที่ 15 พบบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งบนหลังคาบ้าพบหลังคาบ้านของเพื่อนบ้านขนาดใหญ่เสียบค้างบนหลังคาบ้านพิงกับเสาไฟฟ้าน่าหวาดเสียว
นาง นรัสมนต์ รังคะสุทธิโรจน์ อายุ 72 ปีซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เล่าว่าเมื่อวัน 17 ก.พ.เวลาประมา 19 .20 น.พายุฝนถล่มหนักซึ่งในขณะนั้นตนออกไปทำธุระไม่ได้อยูบ้านด้วยความที่ลมพัดแรงหลังคาบ้านของเพื่อนบ้านได้ปลิวมาเสียบเข้ามาที่หลังคาของตนเห็นแล้วน่ากลัว พอฝนหยุดตกได้ออกมาดูและได้เดินดูว่าเป็นหลังคาบ้านหลังไหนปลิวมาติดที่หลังคาบ้านของตนซึ่งหลังคาบ้านที่ปลิวมาอยู่ที่ เลขที่ 124/164 ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ เหมือนกันและบ้านหลังดังกล่าวมีแต่ผู้สูงอายุอยู่ จึงได้เข้าไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากเทศบาลนครนนทบุรีและเข้าแจ้งความ ที่ สภ.รัตาธิเบศ ผ่านมา 4-5 วันแล้วยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเอาหลังคาลงมาให้เลยซึ่งตนกลัวว่าหลังคาจะร่วงลงมาเกิดอันตลายขอวอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือโดยด่วน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ซอยเรวดี เลขที่ 124/146 พบบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นนางยุพา แซ่อึ้ง อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวเจ้าของบ้านเล่าว่าตนพักอยูในบ้านกับพี่ชายสองคนและตนกับพี่ชายพิการทางสมองซึ่งในวันที่พายุถล่มฝนตกหนักตนอยู่กับพี่ชายสองคนซึ่งตนอยู่บนชั้นสองพี่ชายของตนอยู่ชั้นหนึ่งลมพัดแรงมากหอบเอาหลังคาบ้านของตนปลิวไปตามลมน้ำท่วมบ้านไปหมดพอฝนหยุดตกก็ออกตามหาหลังคาบ้านพร้อมทั้งมีคนมาบอกว่าหลังคาบ้านของตนไปเสียบค้างหลังคาบ้านของเพื่อนบ้านที่ ตนก็รีบไปดูเป็นหลังคาบ้านของตนจริงๆ ซึ่งตนก็อยากเอาหลังคาบ้านของตนลงมาแต่ไม่มีเงินจ้างช่างก็ขอวอนหน่วยงานทางเทศบาลนครนนทบุรีให้เข้าช่วยเหลือเอาหลังคาบ้านของตนกับมาซ่อมทำหลังคาไหม่ผ่านมา3-4 วันแล้วที่หลังคาบ้านของตนเปิดไม่มีหลังคาวอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ
นาง นรัสมนต์ รังคะสุทธิโรจน์ อายุ 72 ปีซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เล่าว่าเมื่อวัน 17 ก.พ.เวลาประมา 19 .20 น.พายุฝนถล่มหนักซึ่งในขณะนั้นตนออกไปทำธุระไม่ได้อยูบ้านด้วยความที่ลมพัดแรงหลังคาบ้านของเพื่อนบ้านได้ปลิวมาเสียบเข้ามาที่หลังคาของตนเห็นแล้วน่ากลัว พอฝนหยุดตกได้ออกมาดูและได้เดินดูว่าเป็นหลังคาบ้านหลังไหนปลิวมาติดที่หลังคาบ้านของตนซึ่งหลังคาบ้านที่ปลิวมาอยู่ที่ เลขที่ 124/164 ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ เหมือนกันและบ้านหลังดังกล่าวมีแต่ผู้สูงอายุอยู่ จึงได้เข้าไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากเทศบาลนครนนทบุรีและเข้าแจ้งความ ที่ สภ.รัตาธิเบศ ผ่านมา 4-5 วันแล้วยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเอาหลังคาลงมาให้เลยซึ่งตนกลัวว่าหลังคาจะร่วงลงมาเกิดอันตลายขอวอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือโดยด่วน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ ซอยเรวดี เลขที่ 124/146 พบบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นนางยุพา แซ่อึ้ง อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวเจ้าของบ้านเล่าว่าตนพักอยูในบ้านกับพี่ชายสองคนและตนกับพี่ชายพิการทางสมองซึ่งในวันที่พายุถล่มฝนตกหนักตนอยู่กับพี่ชายสองคนซึ่งตนอยู่บนชั้นสองพี่ชายของตนอยู่ชั้นหนึ่งลมพัดแรงมากหอบเอาหลังคาบ้านของตนปลิวไปตามลมน้ำท่วมบ้านไปหมดพอฝนหยุดตกก็ออกตามหาหลังคาบ้านพร้อมทั้งมีคนมาบอกว่าหลังคาบ้านของตนไปเสียบค้างหลังคาบ้านของเพื่อนบ้านที่ ตนก็รีบไปดูเป็นหลังคาบ้านของตนจริงๆ ซึ่งตนก็อยากเอาหลังคาบ้านของตนลงมาแต่ไม่มีเงินจ้างช่างก็ขอวอนหน่วยงานทางเทศบาลนครนนทบุรีให้เข้าช่วยเหลือเอาหลังคาบ้านของตนกับมาซ่อมทำหลังคาไหม่ผ่านมา3-4 วันแล้วที่หลังคาบ้านของตนเปิดไม่มีหลังคาวอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

















