วันที่ 30 มกราคม 2569
ดูเหมือนว่า การเมืองที่ปัตตานี จะกลายเป็นที่เพ่งเล็งอย่างมาก หลังจากมี่พรรคประชาชาติ นำโดย อ.วันนอร์ มะทา ขึ้นปราศรัยและคล้ายจะพูดข่มผู้ที่เป็นเเม่เมือง คือ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าฯปัตตานีปัจจุบัน ว่าจะใช้ ม.157 เล่นงาน ทำให้ปลุกระเเสรักบ้านตัวเองขึ้นมาทันที แต่ขณะที่ เขต 2 ท่านส่งผู้ที่ชำนาญทางการเมืองแต่ไม่ชำนาญลงพื้นที่ก็ปล่าวประโยชน์
บ้านขนาดกลางไม่ถึงกับใหญ่โต ท่านคิดว่าจะมีผลงาน มากน้อยแค่ไหน หรือ แค่ตัวละครตัวนึงที่ไม่รู้จะส่งใครลง ขณะที่ฐานเสียงในเขตพื้นที่ เขต2 นั้นน้อยเหลือเกินที่จะมากลบหลุมคนเดิม ที่เค้ามีฐานเสียงแข็งแรง เกือบทุกพื้นที่ เขต2 ในปัตตานี ผู้สมัครไม่ได้มีฐานเสียงใดใดเลยในพื้นที่เขต2 เพราะ ว่าท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ ตั้งแต่รับสมัคร จนได้เบอร์ ชาวบ้านตำบลทรายขาวเองยังไม่เคยเห็นหน้าคาดตาเลยด้วยซ้ำ ฝันเเค่เพียงหลับตอนกลางวัน
ตื่นมาอีกทีเอ้าเย็นแล้ว แต่กลับมารอบนี้ ที่ไม่ได้ลงพื้นที่อาจจะเป็นไปได้ว่า ซุ่มโป่ง สงสัยกระสุนเต็มเป๋า จนอาจจะคิดเองว่า กระสุนกับกระแสหมดอาจจะเพิ่มพลังให้กลับมา กดคู่ต่อกรได้ แต่ขณะเดียวกันคู่แข่งคนละขั้ว แต่กลับมีบทบาททางการเมืองเงียบๆ โดยไม่ที่ไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนมีเยอะ เตรียมไว้เก็บในคลังดีกว่า ไว้ใช้สร้างถนนหนทางขึ้นเขา สร้างถนนทางข้ามรถไฟ ต.นาประดู่ ให้ดีขึ้น เพราะรถลื่นล้มบ่อย โดยเฉพาะเวลาฝนตก ถนนลื่น หากผู้สมัครผู้เเทนลงมาดูกับตา หรือนั่งกินน้ำชาแถวนั้นช่วงที่ฝนตกพร่ำๆ ผมรับประกันครับ ท่านจะได้เห็นอุบัติเหตุ ตรงนั้นคาสายตา บอกจากสถิติกู้ภัย เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า5รายต่อเดือนนี่เฉพาะพื้นที่เขต 2 ปัตตานีแต่ผมจะไม่เอ่ยถึง พื้นที่ตัวตึงอย่างเขต1ปัตตานี ก่อนครับ วันนี้สมรภูมิเลือกตั้งที่ จะถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี เราจะมาเจาะลึกเอาจริงเอาจังสักที ในพื้นที่ เขต 4 ปัตตานี ที่กำลังร้อนอย่างสะเด่าเฃยไข่ไปเลยไอ้น้อง !! มันชักจะเริ่มจะดุเดือดขึ้นหม้อหม้อต้มยำ หม้อซุปหม้อซุกี้แล้ว จนกระทั่ง นายสิรภพ ดวงสอดศรี จากพรรคภูมิใจ กลับมาบ้านเกิด เพื่อมาประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณแม่ทางศาสนา ท่านเสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ช่วงนี้อาจจะเงียบไป เเต่ทุกๆฝ่าย ไม่ว่าจะตรงกันข้าม มีลูกเล่นหมากล้อมรุกคืบทันที ออกมาใช้กลยุทธ์ "ชนหมัดต่อหมัด" เน้นขยี้จุดอ่อนในเรื่องความล่าช้าของการลงพื้นที่ เพื่อชูตัวแทนอย่าง "กำนันมิง" (อริญชัย ซูสารอ) ลูกชายสุดโปรดของ
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญและมุมมองที่น่าสนใจจากปราศรัยครั้งนี้
"ทลายกำแพงความล้าหลัง"
การเมืองมากขึ้น การ "โจมตีคู่แข่ง" ในเชิงมุมมองข ฃองนโยบายแบบสุภาพ แต่โครตเจ็บแสบ จะเน้นไปที่การ ชี้ให้เห็นว่า "ที่ผ่านมาปัตตานีถูกทอดทิ้ง" และ "ทำไมถึงยังเหมือนเดิม" โดยใช้คำพูดของ ‘พี่ใหญ่ สิรภพ” เป็นตัวเปิดเกมสิครับ และะกึ๋นความเป็นลูกชายของ“เเบมะพระเอก”อดรีส.สสฝ ดูๆเเฝวฃทรงการคุยกับ
ไม่รู้ว่าท่านโกรธหรือฟังใครมา ? หรือท่านไม่อยากให้รู้
“สิรภพ” ฟาดแรง! ปัตตานีเสียเวลามานานพอแล้ว ส่ง “กำนันมิง” เบอร์ 7 ช่วยทลายกำแพงความล้าหลัง ลั่นภูมิใจไทยมาเพื่อ “ทำจริง” ไม่ใช่แค่ “ขายฝัน” ไปวันๆ แอบเหน็บใครเเถวนั้ยเฉยเบย
[ปัตตานี] – เวทีปัตตานี เขต 4 ลุกเป็นไฟ อีกแล้ว “พี่ใหญ่” สิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เปิดใจ กับชาวบ้านมั่วถึงอำเภอปะนาเระ-สายบุรี-กะพ้อ-ไม้แก่น การันตี “กำนันมิง” อริญชัย ซูสารอ เบอร์ 7 คือตัวจริงที่จะเข้ามาปิดฉากยุคแห่งการรอคอย ฟาดนิ่มแต่เจ็บ! ปัตตานีติดหล่มมานานเพราะนโยบายขายฝัน ชูโรงด้วย‘ สโลแกน “Demi Rakyat” เลิกเลือกคนพูดเก่งแต่ทำงานไม่เป็น
การโจมตีคู่แข่ง: เน้นย้ำว่าที่ผ่านมาประชาชนเจอแต่ "นโยบายขายฝัน" และนักการเมืองที่มาแค่ตอนขอคะแนนแล้วหายไป (Hit & Run)
จุดขายของพรรคภูมิใจไทย ?
อะไร คือปัจจัยที่ใสครั้งนี้ยังมี คีย์เวิร์ดที่จำได้ง่ายมาก ซึ่ใฝนฝวใช้สโลแกน "พูดแล้วทำ" (สไตล์ดั้งเดิมของภูมิใจไทย) มาปรับใช้ในพื้นที่ โดยเน้นว่าคราวนี้มาเพื่อ "ทำจริง" ไม่ใช่แค่คำสัญญา
ใช้กายเเทนภาษาใจแต่ให่ง้คนดูทุกบริบทคือ (Soft Power) การใช้คำว่า "Demi Rakyat" อ่านว่า ดือมี - ระยัต เคียงข้างอยุ่เพื่อประชาชน ซึ่งเป็นภาษามลายูถิ่น เป็นการสื่อสารที่ตรงใจเอามากๆเลย ผมยอมรับ คนที่คิดคีย์เวิร์ดคำนี้ ซึ่งนอกจากจะให้ประชาชนครอบคลุม ทั่วทั้งพื้น 4 อำเภอ คือ อำเภอปะนาเระ, อำเภอสายบุรี .อ.กะพ้อ เเละอำเถอไม้แก่น สร้างฟิล์ลอารมณ์เเบบว่าความรู้สึกนี้ อธิบายยาก เอาเป็นว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็แล้วกันครับ!! แล้ววยังมีแผนนสำรองขออุณปไว้ก่อน…
วิเคราะห์ตัวผู้สมัครทำไมต้อง "กำนันมิง" ??
การส่งกำนันมิงลงสนามการเมืองระดีบชาตินี้ ทางพรรคภูมิใจไทยน่าจะเล็งผลงานเลิศใน 2 ด้าน:
1. ฐานเสียงระดับรากหญ้า: "กำนัน" เป็นตำแหน่งที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้านสูงที่สุด เข้าถึงปัญหาหน้างานได้เร็วกว่านักการเมืองสายวิชาการ
2. ภาพลักษณ์ "คนทำงาน": สอดรับกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่รู้สึกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือเศรษฐกิจหยุดชะงักมานาน
นายสิรภพ ดวงสอดศรี (พี่ใหญ่) ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในพื้นที่ปัตตานี เขต 4 โดยตั้งข้อสังเกตถึงการพัฒนาที่ล่าช้าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา พร้อมท้าให้ประชาชนพิจารณาว่า "ใคร" ที่เข้ามาเอาคะแนนแล้วหายหน้าไป หรือดีแต่ให้สัญญาที่กินไม่ได้
“พี่น้องชาวเ
ภาพข่าว/ ตอริก ปัตตานี












