บัตรสะดุดการเมือง ผู้สมัครภูมิใจไทย–พรรคประชาชน ยื่นทักท้วง กปน.ฉีกบัตรผิด ทักท้วงกลางคูหา ปมฉีกบัตรผิด 68 ใบ

จังหวัดน่าน — เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่เดียวกัน นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยตัวแทนจาก พรรคประชาชน ได้เดินทางไปยัง หน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 3 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดน่าน เพื่อยื่นหนังสือทักท้วงกรณีเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ฉีกบัตรเลือกตั้งผิดแนว จำนวน 68 ใบ

นายสักก์สีห์ เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจและแปลกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกคนได้ผ่านการอบรมจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแล้ว แต่ยังเกิดความผิดพลาดขึ้น พร้อมระบุว่า การยื่นหนังสือทักท้วงในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใส ว่าความผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจหรือความประมาทเลินเล่อ

ขณะที่ในส่วนของ พรรคประชาชน ได้มีการส่งทีมกฎหมายลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น และเตรียมดำเนินการให้ฝ่ายกฎหมายยื่นหนังสือทักท้วงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ภาพรวม

68 ใบ ไม่ใช่ตัวเลขชี้ขาดโดยอัตโนมัติ

แต่เป็นตัวเลขที่ “มากพอ” ให้ กกต. ต้องพิจารณาผลกระทบอย่างจริงจัง

คำวินิจฉัยสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับระยะห่างคะแนนลักษณะความผิดพลาดผลกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย หากพบการกระทำหรือความผิดพลาดที่อาจมีผลกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยได้หลายแนวทาง

ในกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดแนว จำนวน 68 ใบ ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ กกต.กำหนด อาจถูกพิจารณาว่าเป็นความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าความผิดพลาดดังกล่าว อาจส่งผลต่อผลคะแนนเสียง หรือทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม อาจมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย หรือเฉพาะเขตเลือกตั้งนั้นได้

อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่า ความผิดพลาดไม่ส่งผลต่อผลการนับคะแนน หรือไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งโดยรวม กกต. อาจใช้ดุลพินิจให้การเลือกตั้งเป็นไปตามเดิม พร้อมดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแทน

ทั้งนี้ การยื่นหนังสือทักท้วงของผู้สมัครและพรรคการเมือง ถือเป็นขั้นตอนตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง เพื่อเปิดทางให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองตามหลักนิติธรรมเงื่อนไขที่ กกต.เคยใช้ “สั่งเลือกตั้งใหม่” ในอดีต

จากแนวคำวินิจฉัยและแนวปฏิบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในหลายกรณีที่ผ่านมา การจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้พิจารณาจาก “จำนวนบัตรที่มีปัญหา” เพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณา ผลกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง เป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

ความผิดพลาดหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบ กกต. อย่างชัดเจน

เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง การนับคะแนนผิดขั้นตอน หรือการกระทำที่ไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด

ความผิดพลาดนั้นอาจมีผลต่อผลคะแนนเสียง

หากจำนวนบัตรที่มีปัญหา มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงผลแพ้–ชนะของผู้สมัครในหน่วยหรือเขตเลือกตั้งนั้น

ความผิดพลาดเกิดขึ้นในสาระสำคัญ ไม่ใช่เพียงข้อบกพร่องเล็กน้อย

กกต.มักแยกแยะระหว่าง “ข้อผิดพลาดทางเทคนิคที่ไม่กระทบผล” กับ “ข้อผิดพลาดที่กระทบความชอบธรรมของการเลือกตั้ง”


 มีการร้องเรียนหรือทักท้วงตามขั้นตอนจากผู้มีส่วนได้เสีย

เช่น ผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเปิดทางให้ กกต. ใช้อำนาจตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

หากเข้าเงื่อนไขข้างต้น กกต.สามารถมีคำสั่งให้ เลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย หรือในบางกรณีอาจขยายผลไปถึงระดับเขตเลือกตั้งได้

 บัตร 68 ใบ กระทบโอกาสผู้สมัครแค่ไหน?

หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 579 คน

บัตรที่ถูกฉีกผิดแนว 68 ใบ คิดเป็นประมาณ 11.7% ของผู้มีสิทธิ์ในหน่วยนี้

ประเด็นสำคัญที่ กกต.จะพิจารณา

หาก คะแนนแพ้–ชนะของผู้สมัครในหน่วยนี้ต่างกันไม่ถึง 68 คะแนน

 บัตรที่มีปัญหาอาจ “เปลี่ยนผลผู้ชนะ” ได้

 มีน้ำหนักเพียงพอให้ กกต. พิจารณาเลือกตั้งใหม่

หากคะแนนห่างกัน มากกว่า 68 คะแนนอย่างชัดเจน

 โอกาสที่บัตรดังกล่าวจะเปลี่ยนผลมีน้อย

→ กกต.อาจเห็นว่าไม่กระทบผลการเลือกตั้งโดยรวม

หากเขตเลือกตั้งมีการแข่งขันสูสี

→ แม้เป็นเพียงหน่วยเดียว แต่บัตร 68 ใบ อาจมีผลต่อคะแนนรวมทั้งเขต

→ ทำให้ กกต.ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ

 มุมการเมือง

ในสนามเลือกตั้งที่คะแนนเบียดกัน “ทุกหน่วย ทุกสิบคะแนน” มีความหมาย

บัตรที่มีปัญหา 68 ใบ จึงไม่ใช่ตัวเลขเล็ก โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิ์

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

ใหม่กว่า เก่ากว่า