วันที่ 6 ก.พ.69 พล.อ.ธีระ กรใหม่ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ,นายประเสริฐ ป้ำกระโทก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายวีรวงศ์ เบ็ญจมาศ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าสาขา จ.นครราชสีมา พร้อมทีมงานผู้ช่วยหาเสียง ได้ลงพื้นที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน ในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อขอคะแนนเสียงจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวตลาดชายแดนช่องจอม พร้อมกับนำแผ่นพับใบปลิว ชูนโยบายของพรรค 14 ประการ ภาคอีสาน เพื่อความมั่นคงและปากท้องประชาชน ทั้งเรื่องการเมืองใสสะอาด ปลดหนี้ มีที่ดิน เงินทองเหลือใช้และประเทศมั่นคง และแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อทั่วประเทศ มาแจกให้กับประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ชายแดนเช่นกัน โดยพรรคไทยชนะ มีนายจักรพงศ์ ชื่นดวง เป็นหัวน้าพรรคไทยชนะและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้แทนกลุ่มนายทุนชาติ เบอร์ 17
นายวีรวงศ์ เบ็ญจมาศ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าสาขา จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เลือกอันเก่าก็ได้คนเก่า ได้พรรคเก่า ได้รัฐบาลเก่า เราลองเลือกดูพรรคใหม่ จึงเดินมาถึงพวกเรา เดินหาเสียงตั้งแต่ปราจีน มาอำเภอบ้านกวรด จ.บุรีรัมย์ มาที่ชายแดนช่องจอม และจะไปที่ จ.ศรีสะเกษและ จ.อุบล ที่ติดชายแดนต่อ เราไม่มีผู้สมัครเขต มีแต่ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็มีผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ มาด้วยกัน 3 คน นายประเสริฐ ป้ำกระโทก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำหลายจังหวัดก็มาด้วย
นายประเสริฐ ป้ำกระโทก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนนำทีมงานผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคไทยชนะ เราเข้ามาในพื้นที่ชายแดนเพื่อจะนำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาชายแดน ระหว่างไทยกัมพูชา ให้กับพี่น้องชายแดน โดยพาะที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ นโยบายที่จะนำเสนอหลักๆก็คือ นโยบายเกี่ยวกับเรื่องทำรั้วชายแดน ซึ่งรั้วชายแดนเราก็เห็นสอดคล้องกับแนวทางทหาร ตรงไหนที่จบได้เราก็ทำ ส่วนรั้วชั่วคราวก็เป้นงานด้านความมั่นคง ที่จะเสริมสร้าง รั้วชายแดนนอกจากเป็นรั้วเสร็จแล้วก้ต้องมีถนน ที่สำคัญอีกเรื่องที่เราทำก็คือ เรื่องของการรบให้จบในรุ่นเรา คือปัญหากระทบกระทั่งระหว่างไทยกับกัมพูชา มันต้องจบในรุ่นเรา วิธีการให้จบเราก็จะเสนอให้ปรับการปะทะ แทนที่เราจะมาเชิงรับ เราต้องปะทะในเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เขาทำ ปัญหาที่เขารุกล้ำ เราไม่ใช่ปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามา
มื่อรุกล้ำเข้ามาเรานึกถึงต่างประเทศ เข้ามาเรายิงก่อนคุยทีหลัง เราก็ตต้องทำเชิงรุก ตนเคยอยู่พื้นที่ชายแดนมาก่อน ตั้งเป็นนายทหารตั้งแต่ตนเด็กๆตนมาอยู่ในพื้นที่สุรินทร์ บุรีรัมย์ จนกระทั่งถึงพันโท จึงย้ายเข้ากรุงเทพ เราเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ พี่น้องเดือดร้อนต้องอพยพไปอพยพมา ไม่เป็นอันทำมาหากิน พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นสวนยาง ไม่มีอะไร แต่ต้องมาเสียเวลาทำมาหากิน อยากให้พี่น้องเห็นว่าปัญหาชายแดนไทยกมพุชาให้มันจบในรุ่นเรา เราจะได้ทำมาหากิน ก็คิดว่าพี่น้องเห็นด้วย ก็คงจะได้มาสนับสนุนเรา เบอร์ 17 บัตรสีชมพู เราก็จะได้เป็นปากเสียงให้กับพี่น้อง ส่วนเรื่องของการเปิดด่าน ตนมองว่ายังไม่ถึงเวลาเปิด แต่ว่าจำเป็นต้องเปิดในอนาคต แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่ เราต้องทำทุกอย่างให้จบก่อน เราไปลงพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พื้นที่ที่จรวด BM 21 ตก ไปโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ และมาที่ช่องจอม ซึ่งได้คุยกับพี่น้องก็บอกว่าไม่ไหว ยิ่งถ้าเกิดไม่จบก็เดือดร้อน ยังไงเขาก็อยากจะจบ ก็สอดคล้องกับพรรคของเรา พี่น้องก็เห้นด้วยและยินดีสนับสนุน ให้จบในรุ่นเรา
นันทวัฒน์ อุ่มพิมาย นครราชสีมา /ภาพข่าว
นายวีรวงศ์ เบ็ญจมาศ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าสาขา จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เลือกอันเก่าก็ได้คนเก่า ได้พรรคเก่า ได้รัฐบาลเก่า เราลองเลือกดูพรรคใหม่ จึงเดินมาถึงพวกเรา เดินหาเสียงตั้งแต่ปราจีน มาอำเภอบ้านกวรด จ.บุรีรัมย์ มาที่ชายแดนช่องจอม และจะไปที่ จ.ศรีสะเกษและ จ.อุบล ที่ติดชายแดนต่อ เราไม่มีผู้สมัครเขต มีแต่ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็มีผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ มาด้วยกัน 3 คน นายประเสริฐ ป้ำกระโทก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำหลายจังหวัดก็มาด้วย
นายประเสริฐ ป้ำกระโทก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนนำทีมงานผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคไทยชนะ เราเข้ามาในพื้นที่ชายแดนเพื่อจะนำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาชายแดน ระหว่างไทยกัมพูชา ให้กับพี่น้องชายแดน โดยพาะที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ นโยบายที่จะนำเสนอหลักๆก็คือ นโยบายเกี่ยวกับเรื่องทำรั้วชายแดน ซึ่งรั้วชายแดนเราก็เห็นสอดคล้องกับแนวทางทหาร ตรงไหนที่จบได้เราก็ทำ ส่วนรั้วชั่วคราวก็เป้นงานด้านความมั่นคง ที่จะเสริมสร้าง รั้วชายแดนนอกจากเป็นรั้วเสร็จแล้วก้ต้องมีถนน ที่สำคัญอีกเรื่องที่เราทำก็คือ เรื่องของการรบให้จบในรุ่นเรา คือปัญหากระทบกระทั่งระหว่างไทยกับกัมพูชา มันต้องจบในรุ่นเรา วิธีการให้จบเราก็จะเสนอให้ปรับการปะทะ แทนที่เราจะมาเชิงรับ เราต้องปะทะในเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เขาทำ ปัญหาที่เขารุกล้ำ เราไม่ใช่ปล่อยให้เขารุกล้ำเข้ามา
มื่อรุกล้ำเข้ามาเรานึกถึงต่างประเทศ เข้ามาเรายิงก่อนคุยทีหลัง เราก็ตต้องทำเชิงรุก ตนเคยอยู่พื้นที่ชายแดนมาก่อน ตั้งเป็นนายทหารตั้งแต่ตนเด็กๆตนมาอยู่ในพื้นที่สุรินทร์ บุรีรัมย์ จนกระทั่งถึงพันโท จึงย้ายเข้ากรุงเทพ เราเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ พี่น้องเดือดร้อนต้องอพยพไปอพยพมา ไม่เป็นอันทำมาหากิน พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นสวนยาง ไม่มีอะไร แต่ต้องมาเสียเวลาทำมาหากิน อยากให้พี่น้องเห็นว่าปัญหาชายแดนไทยกมพุชาให้มันจบในรุ่นเรา เราจะได้ทำมาหากิน ก็คิดว่าพี่น้องเห็นด้วย ก็คงจะได้มาสนับสนุนเรา เบอร์ 17 บัตรสีชมพู เราก็จะได้เป็นปากเสียงให้กับพี่น้อง ส่วนเรื่องของการเปิดด่าน ตนมองว่ายังไม่ถึงเวลาเปิด แต่ว่าจำเป็นต้องเปิดในอนาคต แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่ เราต้องทำทุกอย่างให้จบก่อน เราไปลงพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พื้นที่ที่จรวด BM 21 ตก ไปโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ และมาที่ช่องจอม ซึ่งได้คุยกับพี่น้องก็บอกว่าไม่ไหว ยิ่งถ้าเกิดไม่จบก็เดือดร้อน ยังไงเขาก็อยากจะจบ ก็สอดคล้องกับพรรคของเรา พี่น้องก็เห้นด้วยและยินดีสนับสนุน ให้จบในรุ่นเรา
นันทวัฒน์ อุ่มพิมาย นครราชสีมา /ภาพข่าว













