ร้อยเอ็ด – มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ลุยเฟส 2 ยกระดับเกษตรร้อยเอ็ด! ดัน SGI-Farm ติด QR ทุกแปลง สแกนรู้ที่มา เพิ่มมูลค่าข้าว–ผักปลอดสาร

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อารยะฟาร์ม ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เดินหน้าโครงการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอารยะฟาร์ม และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรสร้างสุข อำเภอเสลภูมิ มุ่งพัฒนากลุ่มปลูกข้าว พืชหลังนา และผักปลอดสารพิษ ด้วยแพลตฟอร์ม “SGI-Farm” ควบคู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนโครงการนี้เป็นกิจกรรม SGI-Farm เฟส 2 ต่อเนื่องจากเฟสแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนแปลงผลิตเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ณ วิสาหกิจชุมชนข้าวแปลงใหญ่อำเภอเมืองสรวง ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองสรวง โดยสินค้าที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ได้แก่ ข้าวเขียวหอมมะลิระยะน้ำนม ข้าวกล้องงอก ข้าวหอมมะลิ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเขียว ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดผู้บริโภคสายสุขภาพการดำเนินงานอยู่ภายใต้โครงการวิจัยย่อยที่ 2 “ระบบการตลาด ขยายโอกาสเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก” ในชุดโครงการพัฒนาและยกระดับพื้นที่วิจัยเพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะที่ 3 ปีที่ 3 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้การกำกับของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA)การดำเนินงานนำโดย อาจารย์ศศิกาญจน์ มุสิกวรรณวัฒน์ หัวหน้าโครงการวิจัยย่อยที่ 2 พร้อมทีมนักวิจัย โดยมีนางนรินทร์พร มงคลธรรม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอเสลภูมินางสาวนัทริยา พุฒพันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเสลภูมิร่วมให้ข้อมูลเชิงพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนแปลงเกษตรขณะเดียวกัน
สำนักพัฒนานวัตกรรมภูมิสารสนเทศ GISTDA โดยนายธนากร สงวนตระกูล นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ถ่ายทอดการใช้ข้อมูลแผนที่เชิงลึกเพื่อบริหารจัดการแปลงเกษตรอย่างแม่นยำก่าวใจสำคัญของโครงการคือแพลตฟอร์ม “SGI-Farm” นวัตกรรมภูมิสารสนเทศแบบมีส่วนร่วม (GI Community Platform) ที่รวบรวมข้อมูลรายแปลง ทั้งทะเบียนเกษตรกร กิจกรรมการเพาะปลูก มาตรฐานการผลิต และข้อมูลผลผลิต ก่อนสร้างเป็น QR Code ติดบนฉลากสินค้า เมื่อผู้บริโภคสแกนสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งปลูก กระบวนการผลิต และมาตรฐานได้อย่างโปร่งใส ชัดเจน และเชื่อถือได้ระบบยังเชื่อมโยงข้อมูลพยากรณ์อากาศ ปริมาณฝน ความชื้นในดิน ความเสี่ยงภัยแล้ง และข้อมูลความอุดมสมบูรณ์ของดิน ช่วยเกษตรกรวางแผนเพาะปลูกอย่างแม่นยำ ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) อย่างเป็นรูปธรรมพืชเป้าหมายในเฟสนี้ ได้แก่ ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ผักปลอดสาร เช่น กะหล่ำปลี คะน้า ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือ รวมถึงพืชสมุนไพรและผักสวนครัว โดยกำหนดให้ทุกแปลงเข้าสู่ระบบปลอดสารพิษหรือออร์แกนิก เพื่อสร้างจุดขายด้านความปลอดภัยอาหาร รองรับตลาดยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความโปร่งใสของแหล่งที่มาความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านงานวิจัย เทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ เข้ากับพลังของชุมชนอย่างแท้จริง วางรากฐานการพัฒนาเกษตรกรรมที่ตรวจสอบได้ เพิ่มมูลค่าได้ และแข่งขันได้ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
///คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดร้อยเอ็ด








/////คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

ใหม่กว่า เก่ากว่า