นายสาธิต พันธุมาศ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ กล่าวว่า สถานีเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่าจุฬาภรณ์ สังกัดกลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มีพื้นที่จำนวนกว่า 6,000 ไร่ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เพื่อเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ (บางชนิด) ภายในสถานีเพาะเลี้ยงฯ มีสัตว์จำพวกสัตว์กีบ และสัตว์ปีก เป็นส่วนมาก รวมกว่า 700 ตัว ส่วนใหญ่เป็นสัตว์พ่อแม่พันธุ์ ที่สถานีฯต้องดูแล เพาะเลี้ยง
สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ดูแลรักษาสัตว์ป่าของกลางจากคดีความเกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนต่างๆ นอกจากนี้ยังมี เสือดาว จำนวน 1 ตัว และเสือโคร่ง จำนวน 15 ตัว เป็นเสือสายพันธุ์ต่างประเทศ ไม่สามารถที่จะเพาะพันธุ์ได้ และไม่สามารถที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ เพราะฉะนั้นการดูแลเสือเหล่านี้ เราจึงดูแลกันจนสิ้นอายุไขตายจากกันไป ส่วนค่าใช้จ่าย ค่าอาหารเสือที่นี่ค่อนข้างสูง เพราะเสือ 1 ตัว กินอาหารประเภทโครงไก่ อกไก่ ประมาณตัวละประมาณ 5-7 กก. ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากภาคเอกชนบางส่วนมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ด้วยส่วนหนึ่ง การให้อาหารเสือวันละ 1 ครั้ง เวลา 15.00 น. ทุกวัน บางตัวมีน้ำหนักมากกว่า 200 กก. ซึ่งเสือแต่ละตัวมีชื่อเรียกทุกตัว อาทิ ข้าวกล่ำ ข้าวยำ ข้าวเปลือก ข้าวเม่า ข้าวจ้าว ตั้น เพ็ญ ปรีชา เดือน เตย ลูลู่ กิ้น ดอกจิก เปิ้ล และที่ขี้เล่น ขี้อ้อน ขวัญใจนักท่องเที่ยวก็คือ เสือเฟิร์ส ที่นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปเชลฟี่ได้อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เดิมสถานที่แห่งนี้ยังไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม เพราะเป็นพื้นที่ควบคุม แต่ล่าสุดทางผู้บริหารของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีนโยบายให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศน์ของสัตว์ป่า
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม และเข้ามาศึกษาเรียนรู้สัตว์ป่า ได้ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ โดยมีค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็ก 200 บาท ซึ่งเป็นการเรียกเก็บตามระเบียบของกรมอุทยานฯ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับผามรกต ที่มีความสวยงามอีกแห่งในเขตอีสานใต้อีกด้วย.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน



