หลังจากการซื้อขายสำเร็จ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฯ ที่ซุ่มช้อนจึงแสดงตัวเข้าไปจับกุม นายเกเร ซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างจักรยานยนต์ และพบนายหัวโต(นามสมมุติ)อายุ 26 ปี กำลังนั่งบนรถจักรยานยนต์ จึงขอตรวจค้นตัว นายเกเรผลการตรวจค้น จุดที่ 1 พบยาบ้าอยู่ในมือสายลับที่ทำการล่อซื้อ จำนวน 404 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกล่องบุหรี่ 2 กล่อง พร้อมด้วยยาไอซ์จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 0.9 กรัม และเงินสดที่ที่ทำการล่อซื้อยาบ้าจำนวน 370 บาท อยู่ในมือของ นายเกเร
จากนั้นชุดปฏิบัติการฯ จึงขอตรวจค้นเพิ่มเติม ผลการตรวจค้น จุดที่ 2 พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าของ นายเกเร จำนวน 840 เม็ด พร้อมด้วย ยาไอซ์จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 1.7 กรัม จุดที่ 3 พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเขียว จำนวน 2,020 เม็ด
จากนั้นชุดปฏิบัติการจึงขอตรวจค้น นายหัวโต ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ผลการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อสอบถามทั้ง 2 ให้การยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง แต่ นายเกเร มีพฤติกรรมเสนอจะให้เงินแก่ชุดปฏิบัติการฯ เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี แต่ชุดปฏิบัติการฯ ปฏิเสธและถ่ายวีดิโอไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นชุดปฏิบัติการฯ จึงขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีบ้านเลขที่ของ นายเกเร ในเขตพื้นที่ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 6.8 กรัม พร้อมกันนี้ได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน เงินสด 10,170 บาท และโทรศัพท์มือถือไว้เพื่อตรวจสอบ เมื่อสอบถาม นายเกเร ให้การยอมรับว่ายาบ้า จำนวน 3,264 เม็ด, ยาไอซ์ จำนวน 9.4 กรัม, และของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยให้การว่าตนรับมาจากชายชาวลาวเพื่อนำมาจำหน่ายให้แก่วัยรุ่นและกลุ่มผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู และตำบลใกล้เคียงจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนที่ว่าการอำเภอศรีบุญเรือง พร้อมแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ขับรถจักรยานยนต์ขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนและยาไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ พร้อมแจ้งข้อหานายหัวโต ว่า เสพสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ขับรถจักรยานยนต์ขณะมีสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาทำบันทึกจับกุมเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
นายธนายุทธฯนายอำเภอศรีบุญเรือง กล่าวว่าที่ผ่านมาตนเองพร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษปกครองอำเภอศรีบุญเรือง มีบัญชีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกราย และเฝ้าระวังผ่านยุทธการตาข่ายความห่วงใยคุ้มภัยศรีบุญเรือง จึงฝากไปยังผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ทุกแห่งในอำเภอศรีบุญเรือง ย้ำทุกครอบครัวต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ในการแจ้งเบาะแสบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกประเภท ที่ผ่านมาหากเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และผ่านการบำบัดรักษาแล้วยังไม่ลดละเลิกยาเสพติดโดยเด็ดขาด จับได้จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกรายไม่มีเว้นโดยเด็ดขาด .นายอำเภอศรีบุญเรือง กล่าวในที่สุด
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู














