สำหรับพรรคที่เป็นตัวเก๋งในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวบ้านคาดว่าเสี่ยเสก ณพล เชยคำแหง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4 ยังเป็นตัวเก็งอยู่ด้วยในฐานะอดีต ส.ส.คนเก่าพรรคเก่า ยังคงหวังขอเดินต่ออีก 1 สมัย ขณะที่คู่แข่งโพลยังไม่นิ่งเพราะมีตัวแปรอยู่ 2 คน 2 พรรคคือ “กุ๊กไก่” หรือ คนกล่าวขานว่า สจ.กุ๊กไก่ หรือ นางสาวประภาลักษณ์ สิทธิ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 5 ที่เดินสายขอคะแนนไม่หยุดไม่หย่อนในเขตเลือกตั้ง นอกจากนั้นยังมีคู่ต่อกรจากพรรคภูมิใจไทย ที่มีเจ้าสัวใหญ่คอยหนุนหลังให้ อาณัติ ชินตะวัน เบอร์ 1 และที่เบียดแซงขึ้นมาได้แก่ สจ.กอลป์ พรณรงค์ นิลนะมะ พรรคกล้าธรรม ส่งเข้าประกวด เบอร์ 2
ขณะที่ “กุ๊กไก่”เจ้าตัวบอกว่าในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาแม้นจะไม่ได้คะแนนมาเป็นอันอับหนึ่งได้ ถึง 2 ครั้ง 2 ตราและครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ลงสนามในนามพรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงหน่อย หนุนหลังและส่งกำลังใจให้กุ๊กไก่ต่อสู้กับนายทุนใหญ่ที่เขาหวังจะยิงกระสุนใหญ่ใส่ประชาชน โดยกุ๊กไก่บอกว่า” ”เงินที่เขาใช้ซื้อเสียง เมื่อเขาก้าวสู่อำนาจด้วยการซื้อเสียง เขามักจะมองว่านั่นคือการ "ลงทุน" และเมื่อเป็นการลงทุน เขาก็จะกลับมาถอนทุนคืน เงินนั้นอาจจะช่วยบรรเทาความหิวได้ชั่วคราวไม่กี่วัน แต่พอมันหมดลง ปัญหาก็ยังคงเดิม แถมเรายังต้องเสีย อะไรไปอีกมากมาย เพราะเขามักจะมาทวงบุญคุณ เงินให้มันใช้ไม่กี่วันก็หมด แต่จะใช้กุ๊กไก่ทำงาน จะใช้กี่วันก็ได้ค่ะ”
การเลือกตั้งครั้งนี้ กุ๊กไก่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ถึงแม้นจะผู้หญิงตัวเล็กๆแต่ใจเกินร้อย อ้อนไม่มีเงินมาให้ มาแจก แต่ “กุ๊กไก่”จะใช้แรงกาย แรงใจ และความรู้ ความสามารถ มาเป็นพลังในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ขอพ่อแม่พี่น้องในเขตเลือกตั้งที่ 3 ช่วยสนับสนุนกุ๊กไก่ ให้ได้เป็น ส.ส.เพื่อเป็นปากเสียง นำความเดือดร้อนพี่น้องเข้าไปนำเสนอในสภาฯ กุ๊กไก่ ขอเป็นลูกเป็นหลาน เป็นลูกสาวหล่า อีพออีแม่เป็นเอื้อย เป็นน้องไทบ้านเฮาในเขตเลือกตั้งที่ 3 ขอให้เทกำลังใจ เทคะแนนเสียง เข้าคูหากาเบอร์ 5 เด้อพี่น้อง กุ๊กไก่ขอสัญญาว่าจะทำหน้าทีแทนพี่แทนน้องในทุกปัญหาโดยเฉพาะผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการในพื้นที่พร้อมจะเดินหน้าดูแลให้พ่อแม่พี่น้องมีอยู่มีกินมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตร ยังไม่สามารถตอบโจกท์และความหวังของเกษตรกรได้ ขนาดในพื้นที่มีโรงงานน้ำตาล แทนที่คุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะลืมตาอ้าปากได้ สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อของนายทุนอยู่ร่ำไป
ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ฯ' ไทยสร้างไทย ชูนโยบายเติมทุน 'คนตัวเล็ก' ให้เข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ 'กู้ได้จริง' ด้วย 'กองทุนสร้างไทย 3 แสนล้าน' ไม่ต้องใช้งบประมาณสักบาท ออกพันธบัตรรัฐบาลดอกเบี้ย 3% นำเงินเศรษฐีมาให้ 'คนตัวเล็ก'กู้ทำทุน สร้างเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง โดยนโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงทางการเงินที่ทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้โอกาส SMEs พ่อค้าแม่ขาย และคนรุ่นใหม่ที่ถูกทอดทิ้งจากระบบธนาคารพาณิชย์ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้จริง “ใครๆ ก็กู้ไปทำทุนได้”คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า นโยบายนี้ไม่ใช้งบประมาณรัฐสักบาทเดียว โดยการออกพันธบัตรรัฐบาล ผลตอบแทน 3% เพื่อนำเงินฝากของผู้มีอันจะกิน รวมทั้งเงินฝากของกองทุนต่างๆ จำนวนเป็นล้านๆ บาท ที่ปัจจุบันได้รับดอกเบี้ยไม่ถึง 1% มาจัดตั้งกองทุนสร้างไทย จำนวน 300,000 ล้านบาท เพื่อนำมาให้ SMEs ผู้ประกอบการรายเล็ก และคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเงินทุนในการประกอบอาชีพ ได้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพียงเดือนละ 1% ที่กู้ได้จริง เพื่อฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้
"นโยบายนี้เปรียบเสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว คือ คนตัวเล็ก ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน แทนการกู้หนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงถึง 20% - 30% ต่อเดือน ผู้ที่มีเงินฝากในธนาคาร ซึ่งมีจำนวนหลายแสนล้าน ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น จากดอกเบี้ยไม่ถึง 1% เป็นได้รับผลตอบแทนสูงถึง 3% ไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ แถมรัฐยังได้กำไรส่วนต่าง 9% (จากต้นทุนดอกเบี้ยพันธบัตร 3% ไปปล่อยกู้ 12% ต่อปี) เพื่อไปบริหารจัดการความเสี่ยง"คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า โมเดลนี้คือทางออกในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นการประสานประโยชน์ระหว่างผู้ที่มีเงินออมซึ่งต้องการดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น กับคนตัวเล็กที่ต้องการแหล่งเงินกู้ที่กู้ได้จริงเพื่อไปทำมาหากิน นโยบายนี้จึงไม่ใช่การแจกเงินที่ใช้แล้วหมดไป แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืน ช่วยดึงประชาชนออกจากวงจรหนี้นอกระบบที่กัดกินสังคมไทยมานาน และที่สำคัญที่สุดคือเป็นการบริหารจัดการงบประมาณโดยไม่ต้องใช้ภาษีของประชาชนมาเป็นต้นทุน
อย่าลืมเด้อจร้า พ่อแม่พี่น้องในเขตเลือกตั้ง 3 หนองบัวลำภู วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ 2 โมงเช้าถึง 5 โมงแลง เตรียมบัตรประชาชนถึงแม้นจะหมดอายุแล้วก็ยังใช้ได้ วันนั้นท่านจะได้บัตร 3 ใบ บัตรสีเขียวเลือก ส.ส.แบบเขต บัตรสีชมพู เลือกพรรคหรือ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีเหลือใช้สำหรับการลงประชามติ ว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุดท้าย กุ๊กไก่ หรือ นางสาวประภาลักษณ์ สิทธิ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 5 ขอโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องที่มีสิทธิ์ทุกคนโปรดทำเครื่องหมายกากบาท ที่ช่องว่างตรงเบอร์ 5 ค่ะ
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าว รายงานจากจังหวัดหนองบัวลำภู







