ผบ.ตร.ขอบคุณ รอง ผบ.ตร., จตช.ทุกท่าน และข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ได้ขับเคลื่อนงานตามแผนและนโยบายปฏิบัติหน้าที่ ตลอดปี 2568 โดยเฉพาะที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยขอให้ขับเคลื่อนทุกสายงานต่อไป เพราะทุกภารกิจเป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการในหลายด้าน อาทิ เรื่องการพัฒนางานสอบสวนในทุกมิติ ซึ่งเป็นงานสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ รอง ผบ.ตร. ผู้บังคับบัญชา และหน่วยที่เกี่ยวข้อง กำหนดไทม์ไลน์ในการดำเนินการให้ชัดเจน, กำชับการปฏิบัติห้วงการเลือกตั้ง อบต. และ สส.รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลาง ประสานงาน กกต.อย่างใกล้ชิด, พึงระมัดระวังการแสดงความเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์, ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง, สืบสวนหาข่าว กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน และจัดกำลังตามที่ กกต.ร้องขอ อย่างน้อยหน่วยเลือกตั้งละ 1 นาย พร้อมกำหนดแผนการปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยนำผลประเมินความพึงพอใจที่ประชาชนหรือผู้รับบริการของข้าราชการตำรวจ ไปปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้การทำงานเข้าถึงพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนพึงพอใจมากขึ้น และ
สั่งการปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ เป้าหมายเพื่อให้ผู้กู้สหกรณ์ไม่เดือดร้อน และสามารถแก้ไขปัญหาทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ผบ.ตร.มอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ (เข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์) ให้แก่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อเป็นการตอบแทนที่ได้ให้การช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ ห้องพรหมนอก อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติจากนั้น ผบ.ตร.ได้เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีความกล้าหาญ และเสียสละ จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจ ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โครงการ “ทำดีมีรางวัล ทำไม่ดีมีโทษ” โดยมีข้าราชการตำรวจผู้สมควรได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ “ทำดีมีรางวัล” ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ราย ได้แก่
1. “พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง” : กรณีได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์จมน้ำบริเวณถนนใต้สะพาน กม.72 ถนนพระรามที่ 2 จ.สมุทรสงคราม จึงเร่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุและช่วยเหลือจนสามารถนำผู้ที่ติดอยู่ภายในรถออกมาได้อย่างปลอดภัย
2. “จ.ส.ต.สุกิจ กล้าสงคราม ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่สืบสวน) สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร” : ขณะอยู่นอกเหนือเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ได้เข้าจับกุมผู้กระทำความผิดใช้อาวุธปืนปล้นร้านทองคำและกำลังหลบหนี จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้ในทันที
3. “จ.ส.ต.สิบตำรวจจิรายุ วงษ์บุบผา ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรมืองสมุทรสงคราม” : ขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรหน้าโรงเรียนเทศบาลวัดป้อมแก้ว จ.สมุทรสงคราม ได้มีรถยนต์เก๋งฝ่าฝืนสัญญาณขับผ่านข้ามทางม้าลายในจังหวะที่นักเรียนกำลังข้ามทางม้าลาย จึงได้คว้าตัวนักเรียนไว้จนปลอดภัยจากการจะถูกรถยนต์เฉี่ยวชน
4-5. “ส.ต.อ.หญิง แพรพลอย หลักเมตร์ และ ส.ต.ท.ทหญิง สุพรรณษา กาญจนพันธ์ ครู กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13” : กรณีให้ความช่วยเหลือเด็กในชุมชนที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) และนำตัวส่งโรงพยาบาลจนอยู่ในอาการปลอดภัย
6. “ส.ต.ท.สุรพงศ์ พรกนกพงศ์ ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ” : ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในหน่วยบริการประชาชนแยกกำแพงเพชร ได้ช่วยเหลือชายสูงวัยที่ติดอยู่ภายในคลองบางซื่อจนอยู่ในอาการปลอดภัย
ส่งศักดิ์ พรมเอี่ยม รายงาน








