เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 ม.ค.68 ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ. นนทบุรี "เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลก เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และเป็นเจ้าของ บริษัท "ก่อเกียรติ บ็อกซิ่ง กรุ๊ป จำกัด" ได้นำหลักฐาน เอกสารหลักฐานต่างๆ มาแถลง ต่อสื่อมวลชน หลังวันนี้ได้มาติดตาม ความคืบหน้าในคดีที่ตนเองยื่นฟ้อง บ.แพลน บี. มีเดียจำกัด(มหาชน) ร่วมกันกับอดีตผู้บริหาร ขสมก.ทุจริตสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก. และตนเองได้รับความไม่เป็นธรรมจนเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากการกระทำของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และอดีตผู้บริหาร ขสมก.
เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ร่วมทุจริตปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติและภรรยาเพื่อยึดครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก. ก่อให้เกิดความเสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 มีการทุจริตภายในร่วมกับภาคเอกชนร่วมการปลอมแปลงและเปลี่ยนแปลงเอกสารทางราชการจำนวนมาก
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานบนรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจำนวนรถที่จะติดป้ายโฆษณาเพิ่มขึ้นตามสัญญาแต่ละช่วง ก่อนที่ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และอดีตผู้บริหาร ขสมก.ได้เร่งขยายสัญญาโฆษณาล่วงหน้า 5 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนกับจำนวนรถที่โฆษณา ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ ขสมก.ได้รับ เมื่อเทียบกับรายได้ของ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด ทำให้ บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกรณีการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นในเวลาอีก 10 ปี
การกระทำดังกล่าวเป็นเจตนาทุจริตร่วมกันระหว่าง บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และ อดีตผู้บริหาร ขสมก.ด้วยการปลอมลายเซ็นต์ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา เพื่อถือครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก.โดยมิชอบด้วยการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น จนทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
นายก่อเกียรติ กล่าวเพิมเติมพร้อมแสดงแผนผังแผ่นชาร์ป อย่างละเอียด ก่อนหน้านี้ตนเองเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรมของประเทศไทยมาตลอด ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 68 ซึ่งเป็น "วันคอร์รัปชั่นสากล" (ประเทศไทย) ได้มีการจัดกิจกรรม "HERO OF THE TRUTH" ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น เพื่ออนาคตไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน ที่ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ตนได้ยื่นหลักฐานเอกสารต่างๆกับนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม และยังเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
นายก่อเกียรติ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องมาติดตามเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.ในวันนี้เพราะเหมือนมีการดำเนินการจากช่องทางอื่นๆในการชลอการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยสังเกตุได้จากหนังสือ "ด่วที่สุด" ที่ส่งจาก สำนักงาน ป.ป.ท.มายังสำนักงาน ป.ป.ช.จนถึงวันนี้ 322 วัน แต่ไร้ความคืบหน้าใดๆ หรือความหมายของคำว่า "ด่วนที่สุด" ระหว่างประชาชนที่ประกอบสัมมาอาชีพสุจริตแบบเรา กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะเข้าใจไม่เหมือนกัน? นายก่อเกียรติทิ้งคำถามถึงสำนักงาน ป.ป.ช.
นายก่อเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณี ผอ.ขสมก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ตนทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 9 ธ.ค.68 ขอให้ ขสมก.ชี้แจงกรณีปลอมลายมือชื่อในการลงนามสัญญาเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก.ว่าทาง ขสมก.ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสัญญา ขั้นตอนดำเนินการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบกับคู่สัญญา คือ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) พบว่าเป็นข้อพิพาทเดิมที่เกิดขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมาและผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วนแล้ว อีกทั้ง ขสมก.เคยใช้สิทธิตามกฏหมายดำเนินคดีกับผู้ร้องเรียนในประเด็นเดียวกันมาก่อน ทำให้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ข้อกล่าวหาใหม่ และยุติแล้วในทางกฏหมาย ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนทุกว่า "หลังจากตนได้มีข้อพิพาททางคดีความกับ บ.แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) แล้วตนได้พบหลักฐานใหม่อันเป็นเอกสารที่มีการปลอมลายมือชื่อ มีการใช้เอกสารปลอม และนำเอกสารดังกล่าวนี้
ไปใช้ในการปลอมแปลงลายมือชื่อในการลงนามเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสารของ ขสมก.อันเป็นการปฏิบัตหน้าที่ราชการโดยทุจริต โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ ขสมก.อีกมากกว่า 50 ฉบับ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข สัมปทานเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสารของ ขสมก. ตนจึงมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ร้องเรียนการทุจริตสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารของ ขสมก.ในครั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยคนหนึ่ง ตามที่มีปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการใช้สิทธิฟ้องร้อง ดำเนินการทางกฏหมายกับเจ้าหน้าที่ ขสมก.ที่กระทำความผิดต่อกฏหมาย และ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)
บพวกที่ร่วมกันทุจริตเปลี่ยนแปลงสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทู แล้วจะดำเนินการไกล่เกลี่ยเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้จบและหมดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งจากการที่ "หม่อมหลวง ส."แจ้งให้ทราบ ทำให้ตนได้หลงเชื่ออย่างสนิทใจ และหยุดการร้องเรียนดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ทำให้ตนเสียโอกาสในการร้องเรียน เพื่อขอความเป็นธรรมและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะนี้ตนได้ดำเนินการร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจในการแอบอ้างเบื้องสูงให้หยุดการร้องเรียนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากสื่อใดที่ต้องการทราบรายละเอียดเรื่องนี้ติดต่อตนได้โดยตรง หรือติดตามทางสื่อออนไลน์ " โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์ " โปรโมเตอร์ชื่อดังกล่าวในท้ายสุด
เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ร่วมทุจริตปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติและภรรยาเพื่อยึดครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก. ก่อให้เกิดความเสียหายตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 มีการทุจริตภายในร่วมกับภาคเอกชนร่วมการปลอมแปลงและเปลี่ยนแปลงเอกสารทางราชการจำนวนมาก
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานบนรถเมล์ ขสมก. ซึ่งจำนวนรถที่จะติดป้ายโฆษณาเพิ่มขึ้นตามสัญญาแต่ละช่วง ก่อนที่ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และอดีตผู้บริหาร ขสมก.ได้เร่งขยายสัญญาโฆษณาล่วงหน้า 5 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนกับจำนวนรถที่โฆษณา ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ ขสมก.ได้รับ เมื่อเทียบกับรายได้ของ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด ทำให้ บ.ก่อเกียรติ กรุ๊ป ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกรณีการขาดทุนที่จะเกิดขึ้นในเวลาอีก 10 ปี
การกระทำดังกล่าวเป็นเจตนาทุจริตร่วมกันระหว่าง บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด และ อดีตผู้บริหาร ขสมก.ด้วยการปลอมลายเซ็นต์ นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา เพื่อถือครองสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ขสมก.โดยมิชอบด้วยการเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น จนทำให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และความเสียหายต่อภาครัฐไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
นายก่อเกียรติ กล่าวเพิมเติมพร้อมแสดงแผนผังแผ่นชาร์ป อย่างละเอียด ก่อนหน้านี้ตนเองเชื่อมั่นในระบบความยุติธรรมของประเทศไทยมาตลอด ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 68 ซึ่งเป็น "วันคอร์รัปชั่นสากล" (ประเทศไทย) ได้มีการจัดกิจกรรม "HERO OF THE TRUTH" ร่วมหยุดคอร์รัปชั่น เพื่ออนาคตไทยที่โปร่งใสและยั่งยืน ที่ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ตนได้ยื่นหลักฐานเอกสารต่างๆกับนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม และยังเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
นายก่อเกียรติ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องมาติดตามเรื่องที่สำนักงาน ป.ป.ช.ในวันนี้เพราะเหมือนมีการดำเนินการจากช่องทางอื่นๆในการชลอการพิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยสังเกตุได้จากหนังสือ "ด่วที่สุด" ที่ส่งจาก สำนักงาน ป.ป.ท.มายังสำนักงาน ป.ป.ช.จนถึงวันนี้ 322 วัน แต่ไร้ความคืบหน้าใดๆ หรือความหมายของคำว่า "ด่วนที่สุด" ระหว่างประชาชนที่ประกอบสัมมาอาชีพสุจริตแบบเรา กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะเข้าใจไม่เหมือนกัน? นายก่อเกียรติทิ้งคำถามถึงสำนักงาน ป.ป.ช.
นายก่อเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณี ผอ.ขสมก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ตนทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 9 ธ.ค.68 ขอให้ ขสมก.ชี้แจงกรณีปลอมลายมือชื่อในการลงนามสัญญาเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก.ว่าทาง ขสมก.ดำเนินการตรวจสอบเอกสารสัญญา ขั้นตอนดำเนินการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง และจากการตรวจสอบกับคู่สัญญา คือ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) พบว่าเป็นข้อพิพาทเดิมที่เกิดขึ้นกว่า 20 ปีที่ผ่านมาและผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วนแล้ว อีกทั้ง ขสมก.เคยใช้สิทธิตามกฏหมายดำเนินคดีกับผู้ร้องเรียนในประเด็นเดียวกันมาก่อน ทำให้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ข้อกล่าวหาใหม่ และยุติแล้วในทางกฏหมาย ตนขอเรียนต่อสื่อมวลชนทุกว่า "หลังจากตนได้มีข้อพิพาททางคดีความกับ บ.แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) แล้วตนได้พบหลักฐานใหม่อันเป็นเอกสารที่มีการปลอมลายมือชื่อ มีการใช้เอกสารปลอม และนำเอกสารดังกล่าวนี้
ไปใช้ในการปลอมแปลงลายมือชื่อในการลงนามเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสารของ ขสมก.อันเป็นการปฏิบัตหน้าที่ราชการโดยทุจริต โดยมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ ขสมก.อีกมากกว่า 50 ฉบับ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข สัมปทานเช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถโดยสารของ ขสมก. ตนจึงมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ร้องเรียนการทุจริตสัมปทานโฆษณาบนรถยนต์โดยสารของ ขสมก.ในครั้งนี้ เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยคนหนึ่ง ตามที่มีปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการใช้สิทธิฟ้องร้อง ดำเนินการทางกฏหมายกับเจ้าหน้าที่ ขสมก.ที่กระทำความผิดต่อกฏหมาย และ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)
กับพวกที่ร่วมกันกระทำความผิดด้วยสิทธิอันพึงมีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ตนยังอยากฝากถึงสื่อมวลชนพิจารณาภาพประธานบริหารสื่อยักษ์ใหญ่ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) อยู่ในงานเลี้ยงร่วมเฟรมเดียวกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงว่ามีความเกี่ยวพันกับสแกมเมอร์อย่างมากในขณะนี้ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่? อีกทั้งอาจมีคำถามว่า"การดำเนินการร้องเรียนเรื่องเจ้าหน้าที่ ขสมก.ปฏิบัติหน้าที่ทุจริต ปลอมลายมือชื่อ ใช้เอกสารปลอม ใช้อำนาจโดยทุจริต ปฏิบัติราชการโดยมีชอบ ร่วมกับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กับพวกเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัมปทาน เช่าพื้นที่โฆษณาบนรถยูโรทู ของ
ขสมก.มากว่า 10 ปีเป็นเหตุให้ตนเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท และได้ดำเนินการร้องเรียนผ่านหลายองค์กรในช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมาแต่จู่ๆกลับเงียบหายไป จึงขอชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า " มีบุคคลผู้หนึ่งสมมุติชื่อ "หม่อมหลวง ส." มาพบกับตนแล้วแจ้งให้ทราบว่าขอให้หยุดการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ขสมก.และ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)บพวกที่ร่วมกันทุจริตเปลี่ยนแปลงสัมปทานเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารยูโรทู แล้วจะดำเนินการไกล่เกลี่ยเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้จบและหมดปัญหาระหว่างกัน ซึ่งจากการที่ "หม่อมหลวง ส."แจ้งให้ทราบ ทำให้ตนได้หลงเชื่ออย่างสนิทใจ และหยุดการร้องเรียนดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ทำให้ตนเสียโอกาสในการร้องเรียน เพื่อขอความเป็นธรรมและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ขณะนี้ตนได้ดำเนินการร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจในการแอบอ้างเบื้องสูงให้หยุดการร้องเรียนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากสื่อใดที่ต้องการทราบรายละเอียดเรื่องนี้ติดต่อตนได้โดยตรง หรือติดตามทางสื่อออนไลน์ " โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์ " โปรโมเตอร์ชื่อดังกล่าวในท้ายสุด















