เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่
สร. 2(เขาแหลม-ทุ่งมน) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สุรินทร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปราสาท
และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตำบลตาเบา
เข้าตรวจค้นบริเวณริมลำคลองเสนงสาธารณประโยชน์
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบ้านกะเพอโร หมู่ที่ 7 ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร
ตำบลตาเบา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์
พบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่ในป่าพร้อมหญิงสาว 2 คน
ตรวจค้นภายในรถพบยาเสพติดแอฟิตามีนหรือยาบ้านจำนวน 67 เม็ด ก่อนจับกุมนางสาวณัชชาฯ และนางสาว สุนิสาฯ ให้ไปร่วมตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่เพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง
เพื่อขยายผลการดำเนินคดี เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าไม้ หลังจากนั้น
จึงได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ชุดกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์
และฝ่ายปกครองตำบลตาเบา เพิ่มกำลังร่วมกันตรวจสอบต้นไม้พะยูง
ที่ขึ้นอยู่ริมลำคลองเสนง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบ้านกะเพอโร
ซึ่งมีเส้นทางลำน้ำมาบรรจบกับห้วยเสนง บริเวณทางทิศตะวันออกบ้านบุเจก
ซึ่งเป็นบริเวณที่จับกุมนางสาวณัชชาฯ และนางสาวสุนิสาฯ พบต้นไม้พะยูง ถูกตัดล้มลงคาตอ รวมจำนวน 11 ตอ
ลักษณะใหม่สด จำนวน 3 ตอ อีก 8 ตอ ผ่านการถูกตัดฟันและตัดทอน มาแล้วประมาณ 1 เดือน
บางส่วนมีร่องรอยเคลื่อนย้ายไม้ออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว คงเหลือไม้พะยูง จำนวน 1
ต้น ซึ่งถูกตัดฟันแล้ว
แต่ยังไม่ถูกตัดทอน
มีเรือนยอดค้างกับกิ่งไม้ต้นอื่น คณะฯ
จึงได้ร่วมกันใช้รถไถดึงให้ล้มลงและใช้เลื่อยตัดทอนไม้พะยูงของกลาง
เพื่อสะดวกในการชักลาก นำมาเก็บรักษา ได้เป็น
ไม้พะยูง จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 0.583 ลูกบาศก์เมตร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจวัดขนาด จับพิกัด บันทึกภาพ รูปพรรณของตอไม้ทุกตอ และร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด พบเลื่อยตัด จำนวน 3 ปื้น เลื่อยคันธนู จำนวน 1 ปื้น และมีด จำนวน 1 เล่ม วางซุกซ่อนข้างตอไม้ พบร่องรอยการเคลื่อนย้ายไม้ลงลำคลองเสนง จึงได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาไม้ ซึ่ง คาดว่าน่าจะอยู่ในลำน้ำอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็พบว่ามีถังน้ำมันเปล่าขนาด 5 ลิตร จำนวน 6 ถัง ลอยอยู่กลางลำน้ำ ปรากฏว่าพบไม้พะยูง จำนวน 3 ท่อน ใช้เชือกผูกมัดติดกับถังน้ำ จึงได้ช่วยกันชักลาก นำมาขึ้นบนฝั่ง ตรวจสอบแล้วมีหน้าตัดท่อนโคนตรงกับตอไม้ที่ได้ตรวจพบดังกล่าวข้างต้น รวมปริมาตร 0.277 ลูกบาศก์เมตร จากพฤติการณ์และหลักฐานที่ตรวจพบ เชื่อได้ว่านางสาวณัชชาฯ และนางสาวสุนิสาฯ กับชาย3คนที่หลบหนีไปได้ มีการวางแผนและแบ่งงานกันเป็นทีม เพื่อมาทำการลักลอบตัดต้นพะยูง ที่ขึ้นอยู่ริมลำคลองเสนง ซึ่งได้กระทำมาหลายวันแล้ว คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11,69,70 ฐาน “ร่วมกันทำไม้หวงห้าม ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือ
รอยตรารัฐบาลขายไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ ที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิด ” จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูง รวมจำนวน 9 ท่อน ปริมาตร 0.860 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง 68.80 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐ ประมาณ 215,000 บาทหากส่งไปประเทศเพื่อนบ้านราคาสูงเกือบ10เท่า )โดยส่งเรื่องไปยังนายไกรศรี มณีอ่อน เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราสาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวน สอบสวนขยายผลนำตัวผู้ร่วมกระทำความผิด มาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้พะยูงของกลาง และอุปกรณ์การกระทำผิด ได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.2 (เขาแหลม-ทุ่งมน) อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ตรวจยึดเพิ่มอีก16 ท่อน ในตำบลตาเบา อ.ปราสาทครับ
อัศววัฒน์ จ.สุรินทร์ รายงาน
ไม้พะยูง จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 0.583 ลูกบาศก์เมตร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจวัดขนาด จับพิกัด บันทึกภาพ รูปพรรณของตอไม้ทุกตอ และร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด พบเลื่อยตัด จำนวน 3 ปื้น เลื่อยคันธนู จำนวน 1 ปื้น และมีด จำนวน 1 เล่ม วางซุกซ่อนข้างตอไม้ พบร่องรอยการเคลื่อนย้ายไม้ลงลำคลองเสนง จึงได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหาไม้ ซึ่ง คาดว่าน่าจะอยู่ในลำน้ำอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็พบว่ามีถังน้ำมันเปล่าขนาด 5 ลิตร จำนวน 6 ถัง ลอยอยู่กลางลำน้ำ ปรากฏว่าพบไม้พะยูง จำนวน 3 ท่อน ใช้เชือกผูกมัดติดกับถังน้ำ จึงได้ช่วยกันชักลาก นำมาขึ้นบนฝั่ง ตรวจสอบแล้วมีหน้าตัดท่อนโคนตรงกับตอไม้ที่ได้ตรวจพบดังกล่าวข้างต้น รวมปริมาตร 0.277 ลูกบาศก์เมตร จากพฤติการณ์และหลักฐานที่ตรวจพบ เชื่อได้ว่านางสาวณัชชาฯ และนางสาวสุนิสาฯ กับชาย3คนที่หลบหนีไปได้ มีการวางแผนและแบ่งงานกันเป็นทีม เพื่อมาทำการลักลอบตัดต้นพะยูง ที่ขึ้นอยู่ริมลำคลองเสนง ซึ่งได้กระทำมาหลายวันแล้ว คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11,69,70 ฐาน “ร่วมกันทำไม้หวงห้าม ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือ
รอยตรารัฐบาลขายไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้ ที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้ที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิด ” จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้พะยูง รวมจำนวน 9 ท่อน ปริมาตร 0.860 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง 68.80 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐ ประมาณ 215,000 บาทหากส่งไปประเทศเพื่อนบ้านราคาสูงเกือบ10เท่า )โดยส่งเรื่องไปยังนายไกรศรี มณีอ่อน เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปราสาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวน สอบสวนขยายผลนำตัวผู้ร่วมกระทำความผิด มาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้พะยูงของกลาง และอุปกรณ์การกระทำผิด ได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.2 (เขาแหลม-ทุ่งมน) อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ตรวจยึดเพิ่มอีก16 ท่อน ในตำบลตาเบา อ.ปราสาทครับ
อัศววัฒน์ จ.สุรินทร์ รายงาน










