ร้อยเอ็ด เสียงจากชาวบ้านตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี อยากเห็นพื้นที่ค่ายลูกเสือที่ปล่อยรกร้างมานาน กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น พร้อมผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่สาธารณะให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของท้องถิ่นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ที่ศาลาประชาคมบ้านจอมพล หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ ดร.จิรวรรณ สิทธิศักดิ์ กรรมการเครือข่ายฯ พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธ์ และนายสมนึก บุญศรี ลงพื้นที่ร่วมกับผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น
นำโดย นายอมร มงคลมะไฟ กำนันตำบลนิเวศน์ นายเมธีรินทร์ สุรเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านเหล่าแถม นายประยูร อาจจันทึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านนิคม นายชาญชัย วีระสอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านตาเสือ และนายศุภวัฒน์ หินกอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านธวัชชัย ร่วมสำรวจพื้นที่และรับฟังข้อเสนอจากชาวบ้านอย่างใกล้ชิดภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้นำชุมชนที่ผ่านการอบรมจากเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม ก่อนเปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งชาวบ้านต่างเห็นตรงกันว่า หากพื้นที่ค่ายลูกเสือได้รับการพัฒนา จะสามารถต่อยอดเป็นสวนสุขภาพ ลานออกกำลังกาย ตลาดจำหน่ายสินค้าชุมชน แหล่งเรียนรู้ และสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของคนทุกวัย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีจากการหารือพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด
นำโดย นายอมร มงคลมะไฟ กำนันตำบลนิเวศน์ นายเมธีรินทร์ สุรเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านเหล่าแถม นายประยูร อาจจันทึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านนิคม นายชาญชัย วีระสอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านตาเสือ และนายศุภวัฒน์ หินกอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านธวัชชัย ร่วมสำรวจพื้นที่และรับฟังข้อเสนอจากชาวบ้านอย่างใกล้ชิดภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้นำชุมชนที่ผ่านการอบรมจากเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม ก่อนเปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งชาวบ้านต่างเห็นตรงกันว่า หากพื้นที่ค่ายลูกเสือได้รับการพัฒนา จะสามารถต่อยอดเป็นสวนสุขภาพ ลานออกกำลังกาย ตลาดจำหน่ายสินค้าชุมชน แหล่งเรียนรู้ และสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนของคนทุกวัย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีจากการหารือพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด
เขต 1 แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่และขาดการดูแลต่อเนื่อง ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดก็พร้อมเข้ามาดูแล หากมีการโอนภารกิจและพื้นทหนงานเจ้าของเดิมอย่างถูกต้องเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด จึงขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานความร่วมมือเพื่อเปิดพื้นที่แห่งนี้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนและแหล่งเรียนรู้แล้ว ยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอธวัชบุรีในอนาคตได้อีกด้วย"ของสาธารณะ ถ้าปล่อยร้างก็ไร้ค่า แต่ถ้าเปิดให้ชุมชนร่วมกันใช้ประโยชน์ ก็สามารถสร้างคุณค่าและสร้างอนาคตให้คนในพื้นที่ได้"

ภาพข่าว//คมกฤช พวงศรีเคน ผู้สื่อข่าวนิวส์24สถานีประชาชนประจำจังหวัดร้อยเอ็ด






