วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. กรมราชทัณฑ์ โดยกองพัฒนาพฤตินิสัย จัดโครงการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ก้าวสู่ปีที่ 11 ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง โดย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มอบหมายให้ นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย H.E. Mr. Darkey Ephraim Africa เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Mr. Hiroshi Suda เจ้าหน้าที่สหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญกรรมและกระบวนการยุติธรรม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) ประจำประเทศไทย ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ)
นางสาวชลธิช ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ) พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศมาเข้าร่วมจำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยา, สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโก, สถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน และสภากาชาดญี่ปุ่น พร้อมทั้งนายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นางสาวพิมพ์พร เนตรพุกกณะ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล นางอันธิกา อ่อนพร้อม นักทัณฑวิทยาเชี่ยวชาญ นางสาวขนิษฐา โชติจันทร์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นายพงษ์อภินันทน์ จันกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ นายจำนงค์ รอดไทร เลขานุการกรม คณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการ โดยมีนางสาววลัยลักษณ์ ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นผู้ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชมภายในทัณฑสถานฯ ในวันนี้
โครงการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อประกาศเจตนารมณ์และแสดงจุดยืนของกรมราชทัณฑ์ในการนำ ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners : Mandela Rules) มาเป็นกรอบแนวทางหลักในการบริหารจัดการเรือนจำและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์จากทุกภาคส่วน
ภายในงาน นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวต้อนรับและปาฐกถาพิเศษว่าด้วยการขับเคลื่อนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ตามข้อกำหนดแมนเดลา มีการรับชมวิดีทัศน์นำเสนอความเป็นมาของการขับเคลื่อนข้อกำหนดแมนเดลา การกล่าวรำลึกถึง "วันเนลสัน แมนเดลาสากล (Nelson Mandela International Day)" โดย H.E. Mr. Darkey Ephraim Africa เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Mr. Hiroshi Suda เจ้าหน้าที่สหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญกรรมและกระบวนการยุติธรรม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) ประจำประเทศไทย ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ)
นางสาวชลธิช ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ) เพื่อร่วมสะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ภายหลังการกล่าวถ้อยแถลง นางสาววริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามมาตรฐานข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลา ของกรมราชทัณฑ์ รวมถึงการดำเนินงานในการเข้าก้าวสู่ ปีที่ 11
ซึ่งกรมราชทัณฑ์ไทยได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ 2560 เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลตลอดจนการขยายเรือนจำนำร่องไปสู่เรือนจำ 30 แห่งที่ดำเนินการตามมาตรฐานข้อกำหนดแมนเดลาในปัจจุบันและแนวทางพัฒนาขับเคลื่อนการดำเนินงานในอนาคต จากนั้นเป็นการนำเสนอของเอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้เกี่ยวกับความเป็นมาของข้อกำหนดแมนเดลาและบทบาทของประเทศแอฟริกาใต้ในการผลักดันข้อกำหนดนี้ในระดับโลก ซึ่งนับเป็นการยกย่องบทบาทเชิงประวัติศาสตร์ของแอฟริกาใต้ในฐานะต้นกำเนิดแนวคิดดังกล่าว จากนั้น ได้มีการเยี่ยมชมนิทรรศการและศึกษาดูงานการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดตามมาตรฐานข้อกำหนดแมนเดลาในพื้นที่จริง อาทิ แดนสูทกรรม ห้องสมุดพร้อมปัญญา สถานพยาบาล ห้องแม่และเด็ก และแดนฝึกวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมาตรฐานสอดคล้องกับการดำเนินงานตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ในเรื่องของการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
นางสาวชลธิช ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ) พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศมาเข้าร่วมจำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยา, สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโก, สถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดีย, สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน และสภากาชาดญี่ปุ่น พร้อมทั้งนายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นางสาวพิมพ์พร เนตรพุกกณะ ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล นางอันธิกา อ่อนพร้อม นักทัณฑวิทยาเชี่ยวชาญ นางสาวขนิษฐา โชติจันทร์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นายพงษ์อภินันทน์ จันกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ นายจำนงค์ รอดไทร เลขานุการกรม คณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการ โดยมีนางสาววลัยลักษณ์ ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นผู้ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชมภายในทัณฑสถานฯ ในวันนี้
โครงการดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อประกาศเจตนารมณ์และแสดงจุดยืนของกรมราชทัณฑ์ในการนำ ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners : Mandela Rules) มาเป็นกรอบแนวทางหลักในการบริหารจัดการเรือนจำและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์จากทุกภาคส่วน
ภายในงาน นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวต้อนรับและปาฐกถาพิเศษว่าด้วยการขับเคลื่อนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ตามข้อกำหนดแมนเดลา มีการรับชมวิดีทัศน์นำเสนอความเป็นมาของการขับเคลื่อนข้อกำหนดแมนเดลา การกล่าวรำลึกถึง "วันเนลสัน แมนเดลาสากล (Nelson Mandela International Day)" โดย H.E. Mr. Darkey Ephraim Africa เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ศิริประกอบ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Mr. Hiroshi Suda เจ้าหน้าที่สหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญกรรมและกระบวนการยุติธรรม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) ประจำประเทศไทย ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ)
นางสาวชลธิช ชื่นอุระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Institute of Justice : TIJ) เพื่อร่วมสะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ภายหลังการกล่าวถ้อยแถลง นางสาววริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามมาตรฐานข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลา ของกรมราชทัณฑ์ รวมถึงการดำเนินงานในการเข้าก้าวสู่ ปีที่ 11
ซึ่งกรมราชทัณฑ์ไทยได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ 2560 เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลตลอดจนการขยายเรือนจำนำร่องไปสู่เรือนจำ 30 แห่งที่ดำเนินการตามมาตรฐานข้อกำหนดแมนเดลาในปัจจุบันและแนวทางพัฒนาขับเคลื่อนการดำเนินงานในอนาคต จากนั้นเป็นการนำเสนอของเอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้เกี่ยวกับความเป็นมาของข้อกำหนดแมนเดลาและบทบาทของประเทศแอฟริกาใต้ในการผลักดันข้อกำหนดนี้ในระดับโลก ซึ่งนับเป็นการยกย่องบทบาทเชิงประวัติศาสตร์ของแอฟริกาใต้ในฐานะต้นกำเนิดแนวคิดดังกล่าว จากนั้น ได้มีการเยี่ยมชมนิทรรศการและศึกษาดูงานการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดตามมาตรฐานข้อกำหนดแมนเดลาในพื้นที่จริง อาทิ แดนสูทกรรม ห้องสมุดพร้อมปัญญา สถานพยาบาล ห้องแม่และเด็ก และแดนฝึกวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมาตรฐานสอดคล้องกับการดำเนินงานตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ในเรื่องของการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
กรมราชทัณฑ์ มุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานเรือนจำต้นแบบตามข้อกำหนดแมนเดลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล ควบคู่กับการพัฒนาและแก้ไขพฤตินิสัยผู้กระทำผิดให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยของสังคม เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และสนับสนุนการพัฒนาระบบราชทัณฑ์ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน





