วันที่ 21 ก.ค.68 กรมราชทัณฑ์ได้ออกชี้แจงกรณีการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังว่าตามที่ได้มีการนำเสนอข้อคิดเห็นของอดีตผู้ต้องขังต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตและ
การรักษาพยาบาลในเรือนจำนั้น
"กรมราชทัณฑ์"ขอเรียนชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ภาพจำในอดีตเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิการรักษาพยาบาลหรือการจ่ายยาตามอาการทั่วไปนั้น ปัจจุบันระบบสาธารณสุขของกรมราชทัณฑ์ได้รับการพัฒนาจนแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในด้านการรักษาพยาบาล
"กรมราชทัณฑ์"ให้ความสำคัญกับสิทธิด้านสุขภาพของผู้ตัองขังโดยได้ดำเนินการตามมาตรฐานการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และเครือข่ายโรงพยาบาลแม่ข่ายทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”ซึ่งมีการพัฒนาระบบบริการ ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ผู้ตัองขังที่มีอาการเจ็บป่วยทั่วไปจะได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตามอาการโดยบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมจ่ายยาที่เหมาะสมตามดุลพินิจของแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพ ไม่ได้มีการจ่ายยาเพียงชนิดเดียวแกี ผู้ป่วยทุกรายตามที่มีการกล่าวอ้าง ขณะที่ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยเฉพาะทางหรือเจ็บป่วยรุนแรง พยาบาลประจำเรือนจำจะประสานแพทย์จากโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้าตรวจรักษา ทั้งในรูปแบบการเดินทางมาตรวจภายในเรือนจำและการให้คำปรึกษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) รวมถึงหากแพทย์มีความเห็นว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาในสถานพยาบาลภายนอก ก็จะดำเนินการส่งตัวไปรักษา ณ โรงพยาบาลแม่ข่ายอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานทางการแพทย์ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์พ.ศ. 2560 ที่บัญญัติให้ผู้ต้องขังต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์โดยเร็ว และไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่ประชาชนทั่วไปพึงได้รับจากรัฐ นอกจากนี้
การแพทย์ราชทัณฑ์ไทยยังสอดคล้องกับมาตรฐานสากลขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือ"ข้อกำหนดแมนเดลา" (The Nelson Mandela Rules) โดยเฉพาะข้อกำหนดที่24 ถึง 27 ที่เน้นย้ำสิทธิการเข้าถึงบริการ
สาธารณสุขและการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ต้องขังจะได้รับยาประจำตัวกลับบ้านเมื่อพ้นโทษ และในรายที่ไม่มีญาติ "กรมราชทัณฑ์"จะดำเนินการส่งต่อประวัติการรักษาไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายในพื้นที่ภูมิลำเนาโดยตรง เพื่อให้ได้รับ
การดูแลอย่างต่อเนื่องและไม่มีใครถูกทอดทิ้งภายหลังพ้นโทษแล้ว"กรมราชทัณฑ์"ขอความร่วมมือในการนำเสนอและรับฟังข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อสะท้อน
ภาพลักษณ์ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปฏิรูปองค์กรทั้งระบบอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในมิติดงานอาชีพ
ที่ได้รับการยกระดับสู่หลักสูตรทักษะแห่งอนาคต เพื่อให้ผู้ก้าวพลาดสามารถนำไปประกอบอาชีพและพึ่งพาตนเองได้จริง
ในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้กรมราชทัณฑ์พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปพัฒนาระบบการดูแลผู้ต้องขังให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าการดำเนินงานทุกด่านมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังตามหลัก
สิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเรือนจำ เพื่อเตรียมความพรัอมให้ผู้ต้องขังสามารถ
กลับคืนสู่สังคม มีอาชีพสุจริตและลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำได้อย่างยั่งยืน
