​พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานเปิดตัวโครงการยกระดับเรือนจำสีเขียวและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ณ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท


พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นประธานเปิดตัวโครงการยกระดับเรือนจำสีเขียวและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท 


พร้อมด้วยพลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจเอก ปราบพาล มีมงคล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นางสาวนารีรัตน์ พันธุ์มณี รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวจิตตินันท์ เรืองวีรยุทธ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม โดยมีนายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายภูสิทธิ์ พรมวันรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชัยนาท พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ และเข้าร่วมเปิดตัวโครงการยกระดับเรือนจำสีเขียวและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อม


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจเมื่อปี 2549 เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้ต้องขังในทุกมิติเพื่อการคืนคนดีสู่สังคม และในปี พ.ศ. 2553 ทรงน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักสูตรการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราว ซึ่งผลจากการนำหลักสูตรดังกล่าวมาปรับใช้ พบว่า ผู้ต้องขังที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าว กระทำผิดซ้ำในอัตราร้อยละ 6.85 และหากเทียบกับผู้ต้องขังที่ไม่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าว จะกระทำผิดซ้ำร้อยละ 23.74


สำหรับการรักษาสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ จะเห็นได้ว่า ในปี 2562 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเริ่มช่วยเหลือผู้ต้องขังในมิติสุขภาพ ที่รวมถึงระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมในเรือนจำและเคยรับสั่งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 เกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียของเรือนจำอำเภอสีคิ้วซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีและในครั้งที่เสด็จเปิดอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ได้รับสั่งกับคณาจารย์ ในเรื่อง การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs และทรงผลักดันเรื่องความยุติธรรมไว้ในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน SDGs ข้อ 16 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระวิสัยทัศน์ และความคิดที่ทันสมัยมาโดยตลอด และทรงนำหลักหรือเป้าหมายในระดับสากลมาเป็นแนวทางหรือวิธีการ หรือโครงการที่นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ การสร้างแดนหญิงตัวอย่าง การพัฒนาเรือนจำชั่วคราวเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร และท้ายสุดที่เห็นได้ชัดเจน คือ การพัฒนาระบบสุขาภิบาลในเรือนจำ


นอกจากนี้ ยังทรงเห็นความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงทรงเห็นชอบให้มีการอบรมผู้ต้องขังให้มีความรู้ในเรื่องทักษะสีเขียว ซึ่งเป็นทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) และการพัฒนาเรือนจำให้เป็นเรือนจำสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากแนวทางพระราชทานดังกล่าว คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ จึงนำมาสานต่อ และร่วมดำเนินการกับกรมราชทัณฑ์ในการพัฒนาเรือนจำให้เป็นเรือนจำสีเขียว ทั้งทางกายภาพและจิตสำนึกของผู้ต้องราชทัณฑ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ โดยจะเห็นได้จากการที่โครงการกำลังใจฯ จัดทำหลักสูตรทักษะสีเขียว และเชิญวิทยากรจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาให้ความรู้กับผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราวตั้งแต่ปี 2568 และต่อมาในปี 2569 โครงการกำลังใจฯ ได้ต่อยอดการอบรมความรู้ให้แก่ผู้ต้องขังในเรื่อง การวัดคาร์บอนเครดิต และการปลูกป่าเพื่อวัดคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องการทำเรือนจำสีเขียวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก


และเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 โครงการกำลังใจฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการยกระดับเรือนจำชั่วคราวนาโสกเป็นเรือนจำสีเขียวและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และได้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อให้มีการใช้จ่ายเงินงบประมาณดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่วางไว้ โดยกองทุนสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นมาตรการทางการเงินในการสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามีส่วนร่วมดำเนินการเพื่อการป้องกันและรักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยมี สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นฝ่ายเลขานุการ และเป็นหน่วยบริหารจัดการกองทุน ตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันเพื่อเป็นการให้โอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ในการรับรู้องค์ความรู้ใหม่ เพื่อนำไปปรับใช้กับตัวเอง เรือนจำ และชุมชน อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นอาชีพได้อีกด้วย


ในวันนี้ จึงได้กำหนดพิธีเปิดโครงการฯ และยังมีการ Kick off กิจกรรมภายใต้โครงการ ได้แก่ การบำบัดน้ำเสีย ด้วยการโยนอีเอ็มบอล อันเป็นแนวทางที่ใช้หลักการธรรมชาติในการจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะในเรือนจำ และเยี่ยมชมฐานทักษะสีเขียวเพื่อยกระดับเรือนจำสีเขียวและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเรือนจำ และชุมชนแห่งนี้ด้วย


Cr. ภาพ/ข่าว: โครงกำลังใจ

ทีมข่าวNEWS24:รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า